หนึ่งปีหลังการลอบสังหารนายชาร์ลี เคิร์ก อินฟลูเอนเซอร์การเมืองชื่อดัง องค์กรเทิร์นนิงพอยต์ยูเอสเอ (Turning Point USA) ที่เขาร่วมก่อตั้ง เติบโตขึ้นอย่างมาก โดยขยายบทบาทเข้าไปในมหาวิทยาลัยและโรงเรียนมัธยมศึกษาหลายแห่ง และสร้างสถานะที่มั่นคงในฐานะพลังสำคัญทางการเมืองของพรรครีพับลิกัน


ทว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นใหม่บางคนที่เคิร์กช่วยดึงเข้ามาเป็นสมาชิกพรรค ไม่ได้แสดงความภักดีต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และหัวหน้าพรรครีพับลิกัน อย่างเท่าเทียมกันเสมอไป นับเป็นบททดสอบสำหรับแนวร่วมที่เคยช่วยผลักดันทรัมป์ให้กลับเข้าสู่ทำเนียบขาวในปี 2567


เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2568 เคิร์ก วัย 31 ปี เสียชีวิตจากการถูกยิงเข้าที่ลำคอ ระหว่างการปราศรัยที่มหาวิทยาลัยยูทาห์แวลลีย์ ในเมืองโอเรม รัฐยูทาห์ โดยนายไทเลอร์ โรบินสัน ถูกตั้งข้อหาฆาตกรรม และผู้พิพากษารัฐยูทาห์มีคำตัดสินเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อนุญาตให้อัยการสามารถขอบทลงโทษประหารชีวิตได้


ในช่วงหนึ่งปีนับตั้งแต่การเสียชีวิตของเคิร์ก ขบวนการที่เขาช่วยก่อตั้งเผชิญกับแรงสั่นคลอนจากทฤษฎีสมคบคิดเกี่ยวกับการลอบสังหารเขา รวมถึงความไม่พอใจที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นใหม่บางส่วนต่อค่าครองชีพ สงครามในอิหร่าน และบันทึกที่เชื่อมโยงกับนายเจฟฟรีย์ เอปสตีน มหาเศรษฐีผู้อื้อฉาวคดีล่วงละเมิดทางเพศ


ด้านนายจอช โฮลสตีน ประธานพรรครีพับลิกันในรัฐเวสต์เวอร์จิเนีย วัย 24 ปี กล่าวว่า ความวุ่นวายใด ๆ ที่เกิดขึ้นเป็นเพียงเรื่องชั่วคราว และชี้ให้เห็นถึงการขยายตัวของขบวนการเทิร์นนิงพอยต์หลายสิบกลุ่มทั่วรัฐเวสต์เวอร์จิเนีย นับตั้งแต่การเสียชีวิตของเคิร์ก


“มันแน่นอนว่าจะต้องมีการปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ หากบุคคลที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อขบวนการ เสียชีวิตอย่างกะทันหัน” โฮลสตีน กล่าวเพิ่มเติมว่า พิธีไว้อาลัยเคิร์กที่เมืองดัลลัส รัฐเทกซัส เป็นโอกาสย้ำเตือนผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นใหม่ว่า สิ่งสำคัญคือความปลอดภัยของประเทศ อนาคตของประเทศ และความเจริญรุ่งเรืองของคนหนุ่มสาว


อนึ่ง ผลสำรวจความคิดเห็นของหลายสำนัก เผยให้เห็นว่า ความกังวลของผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นใหม่ส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่เรื่องค่าครองชีพ และพวกเขาเป็นกลุ่มอายุที่คัดค้านสงครามในอิหร่านมากที่สุด อีกทั้งกลุ่มอนุรักษนิยมรุ่นใหม่จำนวนมากเชื่อว่า อิสราเอลมีอิทธิพลต่อนโยบายต่างประเทศของสหรัฐมากเกินไป และในบางกรณี การวิพากษ์วิจารณ์อิสราเอลก็เริ่มล้ำเส้นกลายเป็นการต่อต้านชาวยิว


ขณะที่ นายแอนดรูว์ โคลเวต โฆษกของเทิร์นนิงพอยต์ กล่าวว่า เคิร์กสังเกตเห็นความไม่พอใจที่เริ่มก่อตัวขึ้นในกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นใหม่เมื่อปีที่แล้ว อันเนื่องมาจากการจัดการของรัฐบาลวอชิงตันเกี่ยวกับแฟ้มคดีเอปสตีน การโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน ประกอบกับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยิ่งทำให้ความไม่พอใจเพิ่มขึ้น


แม้จะมีความท้าทายเหล่านั้น แต่ขบวนการเทิร์นนิงพอยต์ก็ขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงปีที่ผ่านมา โดยในปัจจุบัน กลุ่มนี้มีสาขาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายมากกว่า 3,500 สาขาทั่วประเทศ และสาขาในระดับวิทยาลัยมากกว่า 1,500 สาขา ซึ่งเพิ่มขึ้น 180% และ 60% ตามลำดับ


“การขยายตัวข้างต้น เกิดขึ้นท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางการเมืองที่เต็มไปด้วยอุปสรรคอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงสิ่งที่เคิร์กสร้างไว้ และทีมงานของเขาที่นี่” โคลเวต กล่าวทิ้งท้าย.

ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS