ยูเครนเตรียมรับมือกับการสู้รบอย่างดุเดือนนานหลายเดือน เพื่อชิงฐานที่มั่นสำคัญในภูมิภาคโดเนตสก์ที่เป็นหัวใจสำคัญของเป้าหมายสงครามของรัสเซีย นับเป็นบททดสอบสำคัญครั้งแรกสำหรับ พล.ต.มิคาอิล ดราปาตี ผู้บัญชาการทหารสูงสุดยูเครนคนใหม่ และคณะผู้บัญชาการชุดใหม่ของเขา

กองกำลังขนาดใหญ่ของรัฐบาลมอสโก รุบคืบเมืองสโลเวียนสก์และครามาทอร์สก์ และหากยึดครองได้ รัสเซียจะยิ่งเข้าใกล้เป้าหมายในการยึดครองภูมิภาคโดเนตสก์มากขึ้น ซึ่งแม้สงครามครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และมีการติดต่อทางการทูตอีกครั้ง แต่บรรดานักวิเคราะห์ด้านการทหารคาดว่า รัสเซียจะยกระดับการโจมตีเมื่อฤดูหนาวใกล้เข้ามา

ศึกชิงพื้นที่ในภูมิภาคโดเนตสก์ที่จะเกิดขึ้น มีแนวโน้มที่จะเป็นหนึ่งในช่วงสำคัญที่สุดของสงครามในปีนี้ เพราะสำหรับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย การยึดครองส่วนที่เหลือของภูมิภาคนี้จะถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ทางการเมืองและทางทหาร

แต่สำหรับยูเครน การรักษาพื้นที่ดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปกป้องส่วนหลักของแนวป้องกันทางตะวันออก และเป็นการพิสูจน์ถึงความสำเร็จของการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบัญชาการทหาร ซึ่งมีเป้าหมายส่วนใหญ่เพื่อสกัดกั้นการรุกคืบที่เชื่องช้าแต่ต่อเนื่องของรัสเซีย

อนึ่ง การแต่งบุคลากรชุดใหม่ภายใต้การนำของ พล.ต.ดราปาตี วัย 43 ปี ซึ่งดำรงตำแหน่งแทน พล.อ.โอเล็กซานเดอร์ ซีร์สกี เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา นำคณะผู้บัญชาการที่ได้รับการยอมรับและมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ เข้ามารับผิดชอบการป้องกันพื้นที่ดังกล่าว

ด้านนายเอมิล คาสเตเฮลมี นักวิเคราะห์ด้านการทหาร กล่าวว่า กองบัญชาการชุดใหม่ของยูเครนรับช่วงต่อสถานการณ์แนวหน้าที่ค่อนข้างมั่นคง ขณะที่การรุกคืบของรัสเซียยังเป็นไปอย่างเชื่องช้า แต่เขาเตือนว่า ผลลัพธ์ในสนามรบเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ เนื่องจากสถานการณ์ยังสามารถพลิกผันได้หลายทิศทาง และมีความเป็นไปได้หลายรูปแบบที่อาจเกิดขึ้น

ขณะที่ นายไมเคิล คอฟแมน จากจากสถาบันคาร์เนกีเพื่อสันติภาพระหว่างประเทศ กล่าวว่า ช่วงเดือน ก.ย.-ต.ค. อาจเป็นช่วงเวลาที่มีการสู้รบดุเดือดที่สุดของปี เพราะเมื่อสภาพอากาศเลวร้ายลง โดรนก็จะมีประสิทธิภาพลดลงเช่นกัน และนั่นมักเป็นโอกาสที่รัสเซียพยายามนำความคล่องตัวกลับมาสู่สนามรบอีกครั้ง

ทั้งนี้ พล.จ.ปาฟโล ปาลิซา ที่ปรึกษาทางทหารของประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวว่า การแต่งตั้งคณะผู้บัญชาการชุดใหม่ “สมเหตุสมผลอย่างสิ้นเชิง” เนื่องจากพวกเขาเป็นผู้นำที่ผ่านการพิสูจน์แล้วว่า “ได้รับความเคารพและมีอำนาจ”

อย่างไรก็ตาม กองทัพยูเครนยังคงขาดแคลนกำลังพลสำหรับปฏิบัติการโจมตีครั้งใหญ่ อีกทั้ง พล.ต.ดราปาตี และ พล.ต.เยฟเกนี คมารา รมว.กลาโหมยูเครนคนใหม่ ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาระบบการเกณฑ์ทหารที่มีการทุจริตและการบริหารจัดการที่ผิดพลาดได้

ปูตินกล่าวว่า รัสเซียกำลังเป็นฝ่ายชนะในสงคราม และมั่นใจว่ายูเครนจะ “พ่ายแพ้ย่อยยับ” แต่ถึงอย่างนั้น นักวิเคราะห์หลายคนชี้ว่า รัสเซียยังไม่สามารถหาวิธีรับมือที่มีประสิทธิภาพ ต่อระบบป้องกันของยูเครนที่ใช้โดรนเป็นหลัก และมันเป็นเรื่องยากที่จะมองเห็นว่า รัสเซียจะประสบความสำเร็จเกินกว่าระดับยุทธวิธี.

ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS