ในมหกรรมกีฬารายการสำคัญที่นักกีฬาไทยเดินทางไปปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) จะจัดตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกไว้ให้แก่นักกีฬา ผู้ฝึกสอนและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในชื่อที่เรียกว่า “ไทยเฮาส์” ซึ่งในเวลาต่อมาคือ “สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้อย่างเด็ดขาด”
ความหมายที่แท้จริงของ “ไทยเฮาส์” คือ “ศูนย์อำนวยการคณะนักกีฬาไทย” ที่จัดตั้งขึ้นโดย กกท. เพื่อสนับสนุนทัพนักกีฬาไทย โดยให้บริการในด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาอย่างครบวงจร รวมทั้งเรื่องของโภชนาการ เพื่อลดปัญหาให้นักกีฬาไทยในกรณีที่ไม่สามารถบริโภคอาหารที่ประเทศเจ้าภาพจัดไว้ให้ได้

เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 และ เอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 5 ที่เมืองนาโกยา จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น ช่วงเดือน ก.ย.-ต.ค.69 ก็เปิดให้บริการเช่นเดียวกัน โดยเริ่มจากเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 กกท. จะเปิดให้บริการระหว่างวันที่ 18 ก.ย.-3 ต.ค.69 แบ่งเป็น 2 ช่วง วันที่ 18-24 ก.ย.69 ณ Chunichi Hall & Conference และวันที่ 25 ก.ย.-3 ต.ค.69 ณ TKP Nagoya Sakae Conference Center
“บิ๊กก้อง” ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. เปิดเผยว่า กกท. ได้เตรียมจัดตั้งศูนย์ “ไทยเฮาส์” ไว้ดูแลนักกีฬาทีมชาติไทย ชุดสู้ศึกเอเชียนเกมส์ และศึกเอเชียนพาราเกมส์ 2026 อย่างครบวงจรเช่นเดิม ด้วยเครื่องมือเทคโนโลยีด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาที่ได้มีการอัปเดตใหม่ตลอดเวลา ทำให้ใน “ไทยเฮาส์” ครั้งนี้จะมีการเช่าอุปกรณ์และเครื่องมือบางชิ้นมาเสริมด้วย เพื่อให้นักกีฬาได้ใช้สิ่งที่เป็นรุ่นใหม่และดีที่สุด

ในเรื่องของโภชนาการ ผู้ว่าการ กกท. กล่าวว่า ในมหกรรมกีฬา 2 รายการนี้ จะมี “อายิโนะโมะโต๊ะ” พาร์ตเนอร์ของ กกท. เข้ามาร่วมดูแลเรื่องอาหารของนักกีฬาถึงประเทศญี่ปุ่นด้วย เพราะญี่ปุ่นเอง ถือเป็นประเทศแม่ของอายิโนะโมะโต๊ะ ที่จะเข้ามาดูแลเรื่องโภชนาการของนักกีฬาทีมชาติไทย โดยจะให้คำแนะนำ และออกแบบเมนูให้นักกีฬาแต่ละคนซึ่งมีโปรแกรมแข่งขันและฝึกซ้อมที่แตกต่างกัน “ไทยเฮาส์” จะมีส่วนสำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้นักกีฬาเพื่อจะได้สร้างผลงานออกมาให้ประสบความสำเร็จ
ผู้ว่าการ กกท. กล่าวต่อว่า ในฐานะผู้ว่าการ กกท. อยากให้ทัพนักกีฬาทีมชาติไทยทุกคนสู้เต็มที่เพื่อตนเองและประเทศชาติ กกท. เองได้ให้การสนับสนุนนักกีฬาไทยมาโดยตลอดตั้งแต่การเตรียมนักกีฬา รวมทั้งเรื่องของเงินรางวัลจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ก็ได้เตรียมพร้อมไว้ให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“ทุกคนไม่ต้องห่วงว่าจะมีปัญหาเรื่องงบประมาณ ครั้งนี้ กกท. ได้เตรียมพร้อมร่วมกับกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ดำเนินการเรื่องงบประมาณในส่วนของเงินรางวัลไว้เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นขอให้นักกีฬาออกไปสู้อย่างสุดความสามารถโดยไม่ต้องกังวลอะไร กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ จะคำนวณเรื่องเหรียญรางวัลกับเงินรางวัลที่นักกีฬาไทยจะได้แบบเรียลไทม์วันต่อวันที่แข่งขัน ยกตัวอย่างเมื่อปลายปีที่แล้ว หลังจบมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ไม่เกิน 7 วัน ก็สามารถจัดงานมอบเงินรางวัลให้นักกีฬาได้ทันที” บิ๊กก้อง กล่าว
หลักเกณฑ์กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ สำหรับเงินรางวัลในเอเชียนเกมส์ เหรียญทอง นักกีฬา ได้รับ 2,000,000 บาท เหรียญเงิน 1,000,000 บาท และเหรียญทองแดง 500,000 บาท
เรียกได้ว่า นักกีฬาไทยได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ และทุกคนพร้อมที่จะไปทำศึกในมหกรรมกีฬาแห่งทวีปเอเชียครั้งสำคัญแล้ว



