บางครั้ง.. ความช่วยเหลือที่ยิ่งใหญ่ อาจเริ่มต้นจากการ “ไม่เดินผ่าน”

หญิงชราวัย 84 ปีคนหนึ่ง ใช้ชีวิตอย่างเดียวดายอยู่บนเก้าอี้พลาสติกสีเขียวตัวหนึ่ง ในที่พักผู้โดยสารริมถนนสุขุมวิท เส้นทางสัตหีบ–บ้านฉาง จ.ระยอง ท่ามกลางความไม่แน่นอนว่า วันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร

จนกระทั่งเช้าวันที่ 15 กันยายน 2569 เรื่องราวของเธอได้เปลี่ยนไป เมื่อพลเมืองดีพบเห็นหญิงชรานั่งอยู่เพียงลำพัง จึงตัดสินใจพาตัวมาส่งที่ สภ.บ้านฉาง เพื่อขอความช่วยเหลือ เพราะเกรงว่าหากปล่อยให้อยู่ตามลำพัง อาจเกิดอันตรายขึ้นได้

หญิงชราผู้นี้าพร้อมกับสัมภาระเพียงเล็กน้อย และเก้าอี้พลาสติกสีเขียวคู่ใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอใช้สำหรับนั่งพักและช่วยพยุงตัวในชีวิตประจำวัน

ที่สถานีตำรวจ ร.ต.ท.ภาณุพงศ์ เฟื่องฟู และ ร.ต.อ.อภิสิทธิ์ พรมบุญ รอง สว.สอบสวน สภ.บ้านฉาง ได้เข้าช่วยเหลือและประคองหญิงชรามานั่งพัก พร้อมพยายามสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับชีวิตและครอบครัว

แต่คำตอบที่ได้รับกลับเต็มไปด้วยความสับสน

หญิงชรา เล่าว่า ก่อนหน้านี้เคยอาศัยอยู่กับคนรู้จักในลักษณะลูกจ้าง แต่เมื่อไม่สามารถทำงานได้แล้ว จึงถูกนำมาปล่อยไว้ในบริเวณที่พักผู้โดยสาร ส่วนข้อมูลเกี่ยวกับประวัติชีวิต ครอบครัว และญาติพี่น้อง เธอไม่สามารถบอกได้อย่างชัดเจน เนื่องจากมีอาการหลงลืมและตอบคำถามอย่างสับสน

สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจ นี่จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของ “หญิงชราที่ไม่มีที่ไป” แต่เป็นชีวิตของคนคนหนึ่งที่กำลังต้องการความช่วยเหลือ

เรื่องดังกล่าวถูกรายงานให้ พ.ต.อ.ทนงศักดิ์ คำมาตย์ ผกก.สภ.บ้านฉาง รับทราบ ก่อนประสานสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดระยอง เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือและจัดสถานที่พักพิงที่เหมาะสมให้กับนางสำราญ

พร้อมประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือจากประชาชน หากผู้ใดรู้จักหรือเป็นญาติของหญิงชรารายนี้ สามารถติดต่อ สภ.บ้านฉาง เพื่อร่วมกันติดตามครอบครัวและประวัติของเธอ

เมื่อการประสานงานเรียบร้อย สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นเป็นภาพเรียบง่าย แต่สร้างความประทับใจให้กับผู้พบเห็น

ร.ต.ท.ภาณุพงศ์ และ ร.ต.อ.อภิสิทธิ์ ช่วยกันประคองหญิงชราขึ้นรถสายตรวจ พร้อมนำเก้าอี้พลาสติกสีเขียว “คู่ใจ” ของเธอขึ้นรถไปด้วย

เก้าอี้ตัวเล็กๆ ที่อาจดูไม่มีความหมายสำหรับใครหลายคน กลับเป็นสิ่งสำคัญสำหรับหญิงชราคนหนึ่ง เพราะมันคือสิ่งที่อยู่เคียงข้างเธอในวันที่ต้องใช้ชีวิตตามลำพัง

จากที่พักผู้โดยสารริมถนน…วันนี้เธอกำลังเดินทางไปยังสถานที่พักพิงแห่งใหม่

อาจไม่ใช่บ้านที่คุ้นเคย อาจยังไม่มีคนในครอบครัวมารอรับ แต่เป็นสถานที่ที่อย่างน้อยในค่ำคืนนี้ เธอจะมีหลังคา มีความปลอดภัย และมีคนคอยดูแล

เรื่องราวครั้งนี้จึงไม่ได้สะท้อนเพียงการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงพลังของ “น้ำใจ” ที่เริ่มต้นจากพลเมืองดีคนหนึ่ง ก่อนส่งต่อมายังเจ้าหน้าที่ และหน่วยงานด้านสังคม จนหญิงชราที่เคยต้องนั่งอยู่ริมทางเพียงลำพัง ได้มีโอกาสกลับมาอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัยอีกครั้ง

เพราะในวันที่ใครบางคนอาจไม่มีครอบครัวให้พึ่งพา การที่ยังมีใครสักคนหยุดมอง เห็นความทุกข์ และยื่นมือเข้าช่วยเหลือ อาจเป็นความหมายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคำว่า “เมตตา”

และบางที.. สิ่งที่ทำให้สังคมน่าอยู่ ไม่ใช่เพราะไม่มีใครต้องการความช่วยเหลือ

แต่เป็นเพราะเมื่อมีใครสักคนกำลังลำบาก ยังมีคนอีกหลายคนที่เลือกจะไม่เดินผ่านไป
……………………………………….
คอลัมน์ “เรื่องราวดีๆ ของสังคม”
โดย “เสือสมุทร”
ข้อมูล-ภาพ “ณัฐภูมินทร์ ปานรักษ์” ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ จ.ชลบุรี
อ่านเรื่องราวดีๆ ของสังคม ได้ที่นี่..