น้ำอาจค่อย ๆ ลดลงจากถนน จากหน้าบ้าน และจากร้านค้า
แต่สำหรับคนที่ผ่านคืนวันของน้ำท่วมมาแล้ว การกลับมาเห็นพื้นดินอีกครั้งไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมในทันที
ข้าวของที่เสียหาย รายได้ที่หายไป บ้านที่ต้องทำความสะอาด และอีกสารพัดเรื่องที่รอให้จัดการ ล้วนเป็นโจทย์ใหญ่ที่ผู้ประสบภัยต้องค่อย ๆ แก้ไขทีละอย่าง

ในช่วงเวลาที่หลายคนกำลังเหนื่อยล้า ร้าน OLD TOWN ARAN CAFE ใน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จึงเลือกทำสิ่งเล็ก ๆ ที่มีความหมายมากกว่าที่คิด
พวกเขาทำ “ข้าวไข่เจียว” ร้อน ๆ จำนวน 200 กล่อง แจกให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
ไม่มีเมนูหรู ไม่มีพิธีการใหญ่โต
มีเพียงอาหารง่าย ๆ ที่ตั้งใจทำให้อิ่มท้อง และความหวังดีที่อยากส่งไปถึงคนที่กำลังเหนื่อย
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้อบอุ่นยิ่งขึ้น คือคนทำไม่ได้ยืนอยู่นอกเหตุการณ์

ร้านแห่งนี้เองก็เป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม น้ำเคยไหลเข้าท่วมภายในร้าน ทิ้งความเสียหายไว้ไม่ต่างจากบ้านและธุรกิจอีกมากมายในพื้นที่
พวกเขาจึงรู้ดีว่า หลังน้ำลด คนเราต้องเริ่มต้นใหม่อย่างไร
รู้ดีว่าความเสียหายไม่ได้จบลงพร้อมกับระดับน้ำ
และรู้ดีว่าในวันที่กำลังเหนื่อย การมีใครสักคนยื่นอาหารมาให้หนึ่งกล่อง อาจไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาทั้งหมด แต่ช่วยให้ผ่านมื้อหนึ่งไปได้อย่างไม่ต้องกังวล

กิจกรรมครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการแจกอาหาร
แต่มันเหมือนการบอกว่า “คุณไม่ได้อยู่คนเดียว”
ประชาชนที่ทราบข่าวทยอยเดินทางมารับข้าวไข่เจียวกลับไปฝากคนในครอบครัว บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มและคำขอบคุณ แม้เบื้องหลังของแต่ละคนจะมีเรื่องราวความเสียหายจากน้ำท่วมที่แตกต่างกันออกไป

บางคนอาจกำลังกลับไปล้างบ้าน
บางคนกำลังสำรวจข้าวของที่เสียหาย
บางคนกำลังคิดว่าจะเริ่มต้นหาเงินอย่างไรหลังจากต้องหยุดงานไปหลายวัน
แต่ในช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ได้รับข้าวกล่องหนึ่งใบ อย่างน้อยก็มีอาหารอุ่น ๆ ให้กับครอบครัว และมีความรู้สึกดี ๆ เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง

ร้านแห่งนี้ฝากข้อความเอาไว้ว่า
“น้ำท่วมผ่านไป น้ำใจยังคงอยู่… เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน”
ประโยคสั้น ๆ ที่อาจไม่ได้ทำให้น้ำที่ท่วมบ้านกลับคืนสู่แม่น้ำในทันที ไม่ได้ทำให้ทรัพย์สินที่เสียหายกลับมาเหมือนเดิม และไม่ได้ทำให้ชีวิตกลับเข้าสู่ภาวะปกติในชั่วข้ามคืน
แต่บางครั้ง สิ่งที่มนุษย์ต้องการในช่วงเวลายากลำบากก็ไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกปัญหา
แค่รู้ว่า ยังมีคนพร้อมยืนอยู่ข้าง ๆ

แค่รู้ว่า ยังมีคนที่แม้ตัวเองก็เจ็บจากวิกฤตเดียวกัน แต่ยังคิดถึงคนอื่น
แค่นั้นก็อาจมากพอที่จะทำให้ใครบางคนมีแรงลุกขึ้นมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
เพราะสุดท้ายแล้ว น้ำอาจพัดผ่านเมืองไป
แต่สิ่งที่ผู้คนช่วยกันมอบให้กันในวันที่ยากที่สุด อาจยังคงอยู่ในความทรงจำอีกนาน
และบางที “น้ำใจ” ก็อาจเป็นสิ่งที่ทำให้การฟื้นฟูหลังน้ำลด ไม่ได้มีเพียงการซ่อมบ้านหรือเก็บกวาดข้าวของ แต่เป็นการค่อย ๆ เยียวยาหัวใจของผู้คนให้กลับมายืนได้อีกครั้ง.
……………………………………….
คอลัมน์ “เรื่องราวดีๆ ของสังคม”
โดย “เสือสมุทร”
ข้อมูล-ภาพ “รักพงษ์ กิตติวรเมธี” ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ จ.สระแก้ว
อ่านเรื่องราวดีๆ ของสังคม ได้ที่นี่..



