นางเดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา เดินทางถึงนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) โดยมุ่งหวังที่จะเจรจาข้อตกลงทางธุรกิจด้านหนี้สิน พลังงาน และเหมืองแร่ เพื่อแสดงให้เห็นว่า ประเทศที่เคยถูกคว่ำบาตรเปิดกว้างต่อธุรกิจอีกครั้ง หลังกองกำลังสหรัฐโค่นล้มนายนิโคลัส มาดูโร อดีตประธานาธิบดีเวเนซุเอลา เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา
โรดริเกซกล่าวสุนทรพจน์ให้คำมั่นต่อหน้าสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ว่า เวเนซุเอลาจะจัดการเลือกตั้ง ตามส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านสู่ “ระบอบประชาธิปไตยเต็มรูปแบบ” และเดินทางกลับประเทศพร้อมรูปถ่ายคู่กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ แต่ถึงอย่างนั้น เธอไม่ได้รับข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมใด ๆ กลับมาด้วย
นักวิเคราะห์หลายคนกล่าวว่า การเดินทางเยือนสหรัฐครั้งแรกของโรดริเกซ นับตั้งแต่สหรัฐจับกุมมาดูโร แสดงให้เห็นถึงการควบคุมอย่างลึกซึ้งของรัฐบาลวอชิงตันต่อรัฐบาลการากัสของเธอ และความจำเป็นของเวเนซุเอลาในการแสวงหาพันธมิตรใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายของทรัมป์
“โรดริเกซเป็นที่จับตามองอย่างมากตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทว่าเมื่อพิจารณาถึงผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมแล้ว มันกลับมีเพียงเล็กน้อย ทั้งประเด็นการเบิกจ่าย แพ็กเกจการฟื้นฟูประเทศ หรือข้อตกลงทางธุรกิจ สิ่งเหล่านี้ไม่เกิดขึ้นในระดับที่ทำให้ภาพลักษณ์ของเวทียูเอ็นจีเอ กลายเป็นการฟื้นตัวทางการเงินครั้งใหญ่ของเวเนซุเอลาได้เลย” นายอันโตนิโอ เด ลา ครูซ นักวิเคราะห์ในกรุงวอชิงตัน กล่าว
เด ลา ครูซ กล่าวเสริมว่า ทรัมป์แสดงให้เห็นว่า รัฐบาลวอชิงตันมีบทบาทในการกำหนดภูมิทัศน์ใหม่ของเวเนซุเอลา ขณะที่โรดริเกซพิสูจน์ให้เห็นว่า เธอเป็นตัวแทนหลักในการเจรจา แต่ในตอนนี้ โรดริเกซต้องแบกรับภาระเพิ่มเติม เนื่องจากเธอจะต้องอธิบายว่า ชาวเวเนซุเอลาจะได้ใช้สิทธิเลือกตั้งจริง ๆ เมื่อไหร่
ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา โรดริเกซหลีกเลี่ยงที่จะส่งสัญญาณเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส่วนเจ้าหน้าที่สหรัฐพยายามควบคุมความคาดหวังโดยกล่าวว่า กระบวนการดังกล่าวจะต้องใช้เวลาจึงจะเกิดขึ้นได้ ซึ่งบรรดานักวิเคราะห์และพรรคฝ่ายค้านของเวเนซุเอลา มองว่าเวลาในการกำหนดวันเลือกตั้งกระชั้นเข้ามาทุกที
ขณะที่ผู้สันทัดกรณีประมาณการว่าจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 12 เดือน ในการแต่งตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้งที่น่าเชื่อถือ และจัดเตรียมการลงคะแนนเสียง
ก่อนที่คณะผู้แทนเวเนซุเอลาจะเดินทางไปยังนครนิวยอร์ก แหล่งข่าวหลายรายระบุว่า การเจรจากับเจ้าหน้าที่สหรัฐ สถาบันการเงินพหุภาคี รัฐบาลของประเทศพันธมิตร รวมถึงบริษัทพลังงานและเหมืองแร่ คาดว่าจะนำไปสู่การลงนามในข้อตกลงต่าง ๆ แม้เป็นเพียงข้อตกลงเบื้องต้นก็ตาม แต่จนกระทั่งวันเสาร์ที่ผ่านมา ก็ยังไม่มีการประกาศข้อตกลงใด ๆ
ภายหลังการประชุมระหว่างโรดริเกซกับทรัมป์ นายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า ทั้งสองคนหารือเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะของเวเนซุเอลา และรัฐบาลวอชิงตันกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ซึ่งทั้งสองหัวข้อเป็นเรื่องที่ยากลำบากสำหรับรัฐบาลการากัสชุดปัจจุบัน
ระหว่างที่โรดริเกซเดินทางเยือนสหรัฐ มีรายงานสื่อระบุว่า นางมาเรีย โครินา มาชาโด ผู้นำฝ่ายค้านของเวเนซุเอลา ซึ่งอาจเป็นแคนดิเดตตัวเต็งของการเลือกตั้งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ถูกขัดขวางไม่ให้เดินทางกลับจากปานามาอีกครั้ง
ด้านนายนิคเมอร์ อีแวนส์ นักวิเคราะห์การเมือง แสดงความคิดเห็นเชิงทฤษฎีบนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ว่า โรดริเกซยอมให้ตัวเอง “ถูกหยามเกียรติซ้ำสอง” เพื่อแลกกับการที่ทรัมป์จะระงับการสนับสนุนมาชาโด พร้อมกับชี้ว่าการเลือกตั้งของเวนซุเอลาจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน แต่ก็ต่อเมื่อสหรัฐเห็นสมควรเท่านั้น.
ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



