เมื่อพระคาร์ดินัล โรเบิร์ต พรีโวสต์ จากสหรัฐ ทรงปรากฏพระองค์บนระเบียงมหาวิหารนักบุญเปโตร หรือมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ เมื่อเดือน พ.ค. 2568 ในฐานะสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ผู้นำคนใหม่ของคริสตจักรคาทอลิก พระองค์ทรงแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสผู้ล่วงลับ


สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 พระชนมายุ 71 พรรษา ทรงดูมีพลัง มีพระสุรเสียงหนักแน่น และไม่มีประวัติปัญหาด้านพระพลานามัยมาก่อน ในขณะที่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ซึ่งสิ้นพระชนม์ขณะทรงมีพระชนมายุ 88 พรรษา ทรงมีพระพลานามัยอ่อนแอ ตลอดช่วงสมณสมัย 12 ปีของพระองค์


การประกาศของสำนักวาติกัน ว่าสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ทรงได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งที่พระปับผาสะ (ปอด) หลังคณะแพทย์ผ่าตัดนำเนื้อปอดด้านขวาออกบางส่วน ในเดือนต.ค ส่งผลให้ชาวคาทอลิก 1,400 ล้านคนทั่วโลก เผชิญกับความเป็นจริงที่ไม่คาดคิดอีกครั้ง นั่นคือ สมเด็จพระสันตะปาปาทรงพระประชวร


อนึ่ง สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ซึ่งทรงเป็นพระสันตะปาปาชาวอเมริกัน พระองค์แรกในประวัติศาสตร์ของวาติกัน ทรงมีอิทธิพลมากขึ้นนอกแวดวงคริสตจักร โดยพระองค์ทรงเตือนถึงความเสี่ยงที่เกิดจากปัญญาประดิษฐ์ ( เอไอ ) และทรงสร้างความไม่พอใจให้กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ จากการวิพากษ์วิจารณ์สงครามในอิหร่าน


ทว่าในตอนนี้ อนาคตสมณสมัยของสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 กลับมีความไม่แน่นอนมากขึ้น หลังผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์กล่าวว่า พยากรณ์โรคของพระองค์จะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ รวมถึงประเด็นที่ว่ายังไม่มีข้อมูลขนาดของก้อนมะเร็ง และการแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง


“มันยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่า เรื่องนี้จะส่งผลกระทบต่อกำหนดการของสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 และพระปรีชาสามารถในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจอย่างไร หากการฟื้นตัวของพระองค์เสร็จสิ้น และไม่จำเป็นต้องได้รับการบำบัดแบบเข้มข้น พระองค์ทรงอาจปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ” นายจอห์น ธาวิส ผู้สันทัดกรณีด้านวาติกัน และนักเขียน กล่าว


อย่างไรก็ตาม คำถามเร่งด่วนข้อหนึ่งคือ สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 จะเสด็จพระราชดำเนินเยือนอุรุกวัย อาร์เจนตินา และเปรู เป็นเวลา 11 วัน ระหว่างวันที่ 6-17 พ.ย. นี้หรือไม่


กำหนดการเดิมที่ประกาศออกมาแล้ว จะทำให้การเสด็จเยือนครั้งนี้เป็นการเดินทางไปต่างประเทศที่เข้มข้นที่สุดครั้งหนึ่งของสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 โดยพระองค์จะทรงเป็นผู้นำในกิจกรรมประมาณ 50 รายการ และทรงมีพระดำรัส 36 ครั้ง ในการเสด็จเยือน 10 เมือง


ด้านนพ.สตีเฟน หลิว ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งปอดจากมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ ในกรุงวอชิงตัน และหัวหน้าแผนกโลหิตวิทยา-มะเร็งวิทยา ของโรงพยาบาลเมดสตาร์ จอร์จทาวน์ ยูนิเวอร์ซิตี กล่าวว่า การเสด็จเยือนอาจต้องเลื่อนออกไป โดยขึ้นอยู่กับการฟื้นฟูพระพลานามัยของสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14


“การเดินทางเยือนอเมริกาใต้ในระยะเวลาอันสั้นนั้นเป็นไปได้ หากเป็นมะเร็งระยะเริ่มต้นและไม่จำเป็นต้องรับการบำบัดเพิ่มเติม แต่กำหนดการของสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 กระชั้นชิดมาก และการฟื้นฟูพระพลานามัยก็มีความไม่แน่นอนสูง” นพ.หลิว กล่าวเสริม


ทั้งนี้ นางเอลิส อัลเลน ผู้เขียนหนังสือชีวประวัติของสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 กล่าวว่า ผู้คนไม่ควร “ด่วนสรุป” เกี่ยวกับแนวทางการฟื้นฟูพระพลานามัยของพระองค์ และเธอแนะนำให้ติดตามสถานการณ์อย่างค่อยเป็นค่อยไป.

ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS