ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กองกำลังฮูตีที่ควบคุมพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเยเมน โจมตีท่าอากาศยานนานาชาติในกรุงริยาด และสำนักงานใหญ่ของบริษัท ซาอุดี อารามโก รัฐวิสาหกิจน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งการโจมตีทางอากาศเหล่านี้เผยให้เห็นถึงความเปราะบางของซาอุดีอาระเบียต่อภัยคุกคามจากศัตรูที่ใกล้เคียง


การโจมตีของกลุ่มฮูตี ทำลายภาพลักษณ์ของซาอุดีอาระเบียในฐานะศูนย์กลางการลงทุนระหว่างประเทศที่ปลอดภัย ในขณะที่ประเทศพยายามดึงดูดเงินทุนจากต่างประเทศ และกระจายเศรษฐกิจที่พึ่งพาน้ำมัน


บรรดาผู้สันทัดกรณีกล่าวว่า สถานการณ์ที่เป็นเหมือนฝันร้ายสำหรับซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของสหรัฐในอ่าวอาหรับ เกิดขึ้นมานานหลายปีแล้ว โดยพวกเขาชี้ให้เห็นว่า ความเปราะบางของซาอุดีอาระเบียมีสาเหตุมาจากปัจจัยหลายประการที่เกิดขึ้นพร้อมกัน รวมถึงการที่รัฐบาลเตหะรานช่วยให้กลุ่มฮูตีสามารถผลิตและใช้งานอาวุธขั้นสูงได้เกือบสมบูรณ์ การเสริมกำลังกลุ่มติดอาวุธในเยเมน และผลกระทบจากสงครามของสหรัฐต่ออิหร่าน


ขณะที่อิหร่านเผชิญกับความตึงเครียดทางการเงินและทางทหาร เนื่องจากสงครามและการคว่ำบาตร กลุ่มฮูตีกลับเรียนรู้วิธีการประกอบอาวุธของตนเองด้วยความช่วยเหลือจากอิหร่าน ซึ่งครอบคลุมโดรนและขีปนาวุธ


ด้านนายแอนเดรียส ครีก อาจารย์อาวุโสด้านการศึกษาความมั่นคง จากมหาวิทยาลัยคิงส์ คอลเลจ ลอนดอน กล่าวว่า กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (ไออาร์จีซี) และสมาชิกของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ซึ่งเป็นพันธมิตรอีกกลุ่มหนึ่งของอิหร่าน ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับระบบขีปนาวุธและการใช้งานให้กับกลุ่มฮูตี


“อดีตวิศวกรทหารชาวเยเมนและผู้เชี่ยวชาญรุ่นใหม่ที่ได้รับการฝึกฝนในประเทศ ช่วยวางรากฐานขีดความสามารถเหล่านั้น โดยรัฐบาลเตหะรานไม่ได้จัดหาอาวุธให้กับกลุ่มฮูตีเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างกระบวนการเรียนรู้ด้านอุตสาหกรรมทหารภายในกลุ่ม ส่งผลให้การทำลายขีดความสามารถเหล่านี้เป็นเรื่องยากขึ้น แม้เส้นทางการจัดหาอาวุธโดยตรงจากอิหร่านจะถูกตัดขาดก็ตาม” ครีก กล่าวเพิ่มเติม


นอกจากนี้ นายฮามิด นิคู อดีตที่ปรึกษาทางการเมืองของไออาร์จีซี กล่าวว่า ไออาร์จีซีมองการณ์ไกล เนื่องจากพวกเขาพิจารณาถึงสถานการณ์ที่กลุ่มฮูตีไม่สามารถรับอุปกรณ์หรืออาวุธโดยตรงจากอิหร่านได้ หรือยุทโธปกรณ์เหล่านั้นถูกยึดไปโดยกองกำลังพันธมิตรของสหรัฐ ซึ่งกลยุทธ์ข้างต้นรวมถึงการสอนให้กลุ่มฮูตีรู้วิธีการประกอบชิ้นส่วนที่สามารถใช้งานได้สองทาง เพื่อสร้างโดรน หรือแม้กระทั่งขีปนาวุธ


อนึ่ง กลุ่มฮูตียกระดับการผลิตอาวุธ ตลอดจนทดลองนำปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) มาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับอาวุธของตนเอง แต่ในขณะเดียวกัน ระบบป้องกันภัยทางอากาศของประเทศพันธมิตรของสหรัฐ กลับต้องเผชิญกับความตึงเครียด นับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้นจากการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่าน เมื่อช่วงปลายเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา


นายฟาร์ซาน ซาเบต ผู้สันทัดกรณีด้านตะวันออกกลาง จากสถาบันบัณฑิตศึกษาเจนีวา กล่าวว่า ในแง่ของความซับซ้อนทางทหารและการพัฒนาเครือข่ายการป้องกันภัยทางอากาศแบบบูรณาการ ซาอุดีอาระเบียยังไม่อยู่ในระดับเดียวกับอิสราเอลหรือยูเครน และมันถือเป็นโจทย์ที่ยากมากสำหรับรัฐบาลริยาด อีกทั้งขนาดพื้นที่อันกว้างใหญ่ของซาอุดีอาระเบีย ยังทำให้การป้องกันการโจมตีทางอากาศนั้นยากกว่าการป้องกันอิสราเอล หรือฐานทัพสหรัฐ


ทั้งนี้ ซาเบตกล่าวเสริมว่า กลุ่มฮูตีเรียนรู้จากระดับความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นของสถานการณ์ในภูมิภาคตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา กระจายห่วงโซ่อุปทานของกลุ่ม และสั่งสมประสบการณ์จนสามารถพัฒนาอาวุธเหล่านั้นให้มีความซับซ้อนยิ่งขึ้นได้.

ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS