เห็นแล้วหดหู่จริงๆ กรณี คุณสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ออกมาแฉว่ามี “เสี่ย” เจ้าของโรงงานในพื้นที่ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี โทรศัพท์มาขอเคลียร์ หลังกรมควบคุมมลพิษเข้าตรวจสอบแล้วพบคราบน้ำมันไหลทะลักจากพนังกั้นน้ำที่แตก จนก่อให้เกิดปัญหาน้ำสีรุ้งปนเปื้อนกระทบสุขภาพประชาชน …แต่คุณสุชาติไม่เอาด้วย ปฏิเสธเสียงแข็ง และให้ว่ากันไปตามกฎหมาย

‘สุชาติ’ รับเจ้าของโรงงานในปราจีน โทรฯ เคลียร์ปมปล่อยสารพิษ แต่ยอมไม่ได้
ก่อนหน้านี้ก็เคส คุณไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ที่จุดประเด็นร้อนเป็นไปลามทุ่งในตอนนั้น หลังเมื่อวันที่ 30 ก.ย.2568 พูดกลางสภาฯ ว่า ตอนยังไม่ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรี มีคนติดต่อมาหาผ่านทางคนที่รู้จัก เสนอเงิน 40 ล้านบาทต่อเดือน พูดง่ายๆ คือเสนอสินบน นั่นแหละ แลกกับการไม่จับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ และเว็บไซต์ผิดกฎหมาย …คุณไชยชนกก็ปฏิเสธไปเช่นกัน
มุมหนึ่งก็ชื่นชมทั้ง คุณสุชาติ และ คุณไชยชนก ที่ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้แม้จะมีมุมสะท้อนกลับในทางลบ แต่อีกมุมก็รู้สึกหดหู่มากๆ ว่า ยุคนี้สมัยนี้ “พวกทำผิดกฎหมาย” กล้าหาญชาญชัยขนาดติดต่อรัฐมนตรีเพื่อเคลียร์เรื่องผิดกฎหมายกันได้ง่ายๆ ขนาดนี้เลยหรือ!? บ้านเมืองเราเสื่อมถอยขนาดนี้เลยหรือ!?

“ไชยชนก” สั่งปลัดดีอีสอบสวนข้อเท็จจริง สินบน “สแกมเมอร์ 40 ล้าน”
ไปโฟกัสประเด็นเรื่องน้ำท่วมใน จ.ปราจีนบุรี น.ต.วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ สว. ตั้งกระทู้ถามสดในสภาถึงวิกฤติสารพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมปนเปื้อนน้ำท่วม พร้อมจี้ให้รัฐบาลและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจัดการโรงงานอย่างเด็ดขาด ช็อตเด็ดคือ น.ต.วุฒิพงศ์ ท้าทายรองผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี ว่าหากยืนยันว่าน้ำไม่มีมลพิษ ก็ช่วยดื่มให้ดูเป็นตัวอย่าง เพื่อให้ประชาชนมั่นใจ
ต้องบอกว่าวันนี้ชาวบ้านไม่ได้เจอแค่น้ำท่วมธรรมดาๆ แต่ต้องกล้ำกลืนฝืนทนกับ “น้ำสีรุ้ง” คราบน้ำมัน และน้ำเสียสีดำกลิ่นเน่ารุนแรง ปลากระชังและปลาธรรมชาติลอยตายเกลื่อน คนนับร้อยเสี่ยงป่วยเพราะสูดดมและสัมผัสสารปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอน… นี่มันไม่ใช่ภัยธรรมชาติ แต่คือ ภัยพิบัติจากความเลวร้ายของทุนอุตสาหกรรมสีเทา
หลายคนอาจมองว่าเป็นแค่ความละเลยของโรงงานบางแห่ง แต่บอกเลยว่าอย่าหลงประเด็น! วิกฤติขยะพิษปราจีนบุรีวันนี้ มันคือผลผลิตเชิงโครงสร้างที่ถูกหว่านเมล็ดพันธุ์ความซวยไว้ให้ประชาชนตั้งแต่ยุคทหารยึดอำนาจ

‘สุชาติ’ สั่ง ‘กรมควบคุมมลพิษ’ เกาะติดคราบมันสีรุ้งทะลักน้ำท่วมปราจีนฯ
ถามว่าปกติประเทศไทยไม่มีกฎหมายควบคุมเลยหรือ? มีครับ! ตามหลักกฎหมายผังเมืองปกติ โรงงานคัดแยกและรีไซเคิลกากอุตสาหกรรม (พวกประเภท 105 และ 106) พวกนี้ “ถูกจำกัดให้ตั้งได้เฉพาะในเขตโซนสีม่วง” หรือเขตอุตสาหกรรมเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้สารเคมีไปปนเปื้อนชุมชนและแหล่งน้ำ
แต่ปัญหาดูเหมือนจะเริ่มจาก “คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 4/2559” ยุคมาตรา 44 ที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด เหตุผลจริงๆ ก็ดีครับ คือตั้งใจจะปลดล็อกแก้ปัญหาขยะล้นและส่งเสริมพลังงาน แต่พอออกคำสั่ง “ยกเว้นการบังคับใช้ผังเมืองรวม” สำหรับโรงงานขยะทั่วประเทศ! พูดภาษาบ้านๆ ให้เข้าใจง่ายคือ “อนุญาตให้ไปสร้างโรงงานขยะตรงไหนก็ได้ ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่เกษตรกรรม หรือพื้นที่รับน้ำตามธรรมชาติ!”
ผลลัพธ์คือในช่วงเวลาที่คำสั่งมรดก คสช. ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ มันปลดล็อกให้ โรงงานขยะและรีไซเคิลผุดขึ้นมากว่า 3,500 แห่งทั่วประเทศ! ปราจีนบุรีและพื้นที่ไข่แดง EEC เลยกลายเป็น “สุสานขยะพิษ” มีทั้งพวกแอบอ้างรีไซเคิลบังหน้าแล้วเอาขยะเคมีไป “ลักลอบฝังกลบ” ใต้อาคาร ยันโรงงานเถื่อนที่เอาวัตถุอันตรายไปเททิ้งในป่า พอฝนตก น้ำท่วมขัง มวลน้ำก็ชะเอาสารเคมีเน่าๆ ใต้ดินทะลักออกมาใส่หน้าชาวบ้านเต็มๆ!

‘วราวุธ’ เดือดโรงงานรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์เถื่อนเกลื่อน ปราจีนบุรี อย่าทำหนักแผ่นดิน
ที่น่าเจ็บปวดไปกว่านั้นคือ ต่อให้สภาจะยกเลิกคำสั่ง คสช. ฉบับนี้ไปแล้ว แต่ในทางกฎหมาย โรงงานกว่า 3,500 แห่งที่ตั้งขึ้นในช่วงนั้น ก็ประกอบกิจการต่อไปได้! และจะยุติลงได้ก็ต่อเมื่อ โรงงานนั้นปิดตัวไปเอง หรือถูกภาครัฐสั่งเพิกถอนใบอนุญาตจากการทำผิดกฎหมายเท่านั้น มันจึงกลายเป็นมรดกบาปที่ค้างคาอยู่ในชุมชนมาจนถึงทุกวันนี้!
จริงอยู่… ที่ครั้งนี้ต้องปรบมือให้คุณสุชาติที่ปฏิเสธสายโทรศัพท์ขอเคลียร์ พร้อมสั่งกำชับตำรวจและกรมควบคุมมลพิษว่า “ห้ามมีคำสั่งไม่ฟ้อง” ต้องเอาผิดให้ถึงที่สุด แต่ขอพูดตรงๆ ว่า การไล่จับโรงงานต้นเหตุ 3-4 แห่ง หรือไล่บี้เสี่ยขยะเป็นรายคน มันก็แค่ “เด็ดดอกไม้พิษทิ้ง” แต่ไม่ได้ “ถอนรากถอนโคน” ตราบใดที่ภาครัฐยังไม่เอาจริงสั่งปิดและเพิกถอนใบอนุญาตโรงงานสีเทาเหล่านี้ให้หมดไป!
“คนเถรตรง” พูดในฐานะประชาชนคนหนึ่ง… “พอเถอะครับ!” ถ้ารัฐบาลอยากแก้ปัญหานี้จริงๆ การปฏิเสธสายโทรศัพท์ขอเคลียร์อย่างเดียวยังไม่พอ แต่ต้อง “เอ็กซเรย์และเพิกถอนใบอนุญาต” โรงงานขยะที่ได้รับอานิสงค์จาก คสช. แล้วทำผิดกฎหมายให้หมด ย้ายกากเคมีพิษออกจากพื้นที่รับน้ำทันที

ปราจีนบุรี เปิดเวทีชุมนุมรู้ทันโทษพิษโรงงานขยะสร้างความเดือดร้อนชาวบ้าน
อย่าปล่อยให้ปราจีนบุรีและประเทศไทยกลายเป็น “ถังขยะพิษ” ที่สุดท้ายประชาชนต้องก้มหน้ารับกรรม … เลิกเห็นแก่ประโยชน์นายทุน แล้วสงสารประชาชนกันบ้างครับ!
คนเถรตรง



