นางวรวรรณ ชิตอรุณ กรรมการคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เปิดเผยว่า กขค. เตรียมเปิดรับฟังความเห็นร่างประกาศกำกับดูแลโครงสร้างอัตราค่าบริการและค่าธรรมเนียม (ค่า GP) ของแพลตฟอร์มเรียกรถ จัดส่งสินค้า และฟู้ดเดลิเวอรี เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับร้านค้าและไรเดอร์ หลังจากมีร้องเรียนเข้ามามากกว่า 17 ครั้ง เกี่ยวกับการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมที่ไม่สามารถตรวจสอบต้นทุนที่แท้จริงได้

ไทม์ไลน์การบังคับใช้

  • 21 ต.ค.-20 พ.ย. 2569 : เปิดรับฟังความคิดเห็นเป็นเวลา 30 วัน
  • ภายใน 18 ธ.ค. 2569 : รวบรวมความคิดเห็น และประกาศลงราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลบังคับใช้

กลุ่มเป้าหมายที่เข้าข่ายถูกกำกับดูแล

  • บังคับใช้เฉพาะ “แพลตฟอร์มรายใหญ่ที่มีอำนาจเหนือตลาด” เช่น มีรายได้เกิน 500 ล้านบาท/ปี และมีส่วนแบ่งตลาดตั้งแต่ 10% ขึ้นไป
  • ครอบคลุมรายใหญ่อย่าง Grab, LINE MAN และ Bolt (ซึ่งผู้ประกอบการรายใหญ่ 2 รายมีส่วนแบ่งตลาดรวมกันถึง 90%)
  • ผู้ประกอบการรายเล็ก : ยังไม่เข้าข่ายบังคับใช้
  • แพลตฟอร์ม E-Commerce (Shopee, Lazada) : จะมีประกาศกำกับดูแลแยกอีกฉบับเนื่องจากรูปแบบธุรกิจต่างกัน

สาระสำคัญและขอบเขตอำนาจ

  • ต้องแจกแจงโครงสร้างต้นทุน : แพลตฟอร์มต้องชี้แจงโครงสร้างการคิดค่าจีพี ค่าธรรมเนียม ส่วนแบ่งรายได้ และองค์ประกอบต้นทุนที่นำมาคำนวณ (เช่น ค่าระบบ ค่าน้ำมัน ค่าพาหนะ ระยะเวลา) ให้มีความชัดเจนและสมเหตุสมผล
  • ไม่มีอำนาจตรึงราคา : กขค. ไม่มีอำนาจเข้าไปกำหนดอัตราค่าบริการหรือค่า GP โดยตรง แต่เน้นกำกับดูแลให้โครงสร้างและการขึ้นราคามีเหตุผลรองรับ
  • ตรวจสอบความเป็นธรรมคู่สัญญา : ดูแลประเด็นการรับงานพ่วง, การเก็บค่า GP สองทาง (ทั้งจากร้านค้าและไรเดอร์), การบังคับทำโปรโมชัน และการทุ่มตลาดตัดราคาเพื่อกำจัดคู่แข่ง

บทลงโทษ

  • หากพบการกระทำผิดหรือฝ่าฝืน มีโทษปรับสูงสุด ไม่เกิน 10% ของรายได้รวม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเอาเปรียบและเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กแข่งขันในตลาดได้