ไทยเริ่มก่อน ไทยรุกรานจนเกิดเขมรอพยพมากมาย ทั้งที่การดำเนินการยึดคืนพื้นที่ตรงบ้านหนองจาน หนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้ว นั่นคือพื้นที่ของรัฐไทย
3.เขมรพยายามขโมยอัตลักษณ์ไทย กำเริบเสิบสานแอบอ้างเป็นของตัว หวังบิดเบือนการรับรู้ของโลกให้คิดว่าไทยเป็นชาติที่ด้อยกว่า (ปฏิบัติการ IO ของเขมรหนักมาก) เอาแค่สามข้อที่ว่ามาก็บอกได้ว่า “กวนประสาทอย่างไม่มีการสำนึก” เป็นชาตินิยมโง่เง่าที่ผู้นำชาติมันเปิดก่อนแต่จบปัญหาไม่ได้ เลยพยายามเซาะกร่อนกัดแซะเหมือนแมงรำคาญ ความหวังในการตบเกรียน อยู่ที่ “รมต.อ้วน” สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และรมว.การต่างประเทศ เป็นหลัก
ในการประชุมคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับ ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 (United Nations Convention on the Law of the Sea : UNCLOS) ครั้งที่ 2 ที่ศาลประจำอนุญาโตตุลาการ (PCA) พระราชวังสันติภาพ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ รมต.อ้วน สีหศักดิ์ แจ้งว่า ฝ่ายไทยยืนยันว่าไทยยึดกฎหมายระหว่างประเทศ ท่าทีหลักของเราคือกระบวนการนี้ต้องพิจารณาเฉพาะเรื่องของการกำหนดเส้นเขตแดนทางทะเลเท่านั้น
ที่ประชุมร่างเอกสารที่จะระบุถึงมาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน ว่าควรจะต้องทำอะไรอย่างไรบ้าง มีทั้งในเรื่องที่จะละเว้นจากการกล่าวหาในเวทีต่างๆ ที่อาจกระทบต่อกระบวนการนี้และการใส่ร้าย ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา ประเทศไทยพยายามละเว้นสิ่งนี้ เว้นแต่เมื่อมีความจำเป็นที่ต้องชี้แจงในสิ่งที่กัมพูชากล่าวหา ซึ่งมีมาอย่างต่อเนื่อง
“เคยมีการพูดคุยกันระหว่างผู้นำทั้ง 2 ประเทศว่าเราจะแก้ไขปัญหาด้วยการคุยแบบทวิภาคีก่อน รวมถึงการที่เราต้องพยายามมีมาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ สำหรับฝ่ายไทยเราเห็นว่าสิ่งที่ตกลงกัน เราก็ทำอยู่แล้ว และไทยก็ทำอยู่ฝ่ายเดียว” รมต.อ้วน กรีดแบบคมกริบ เหมือนเป็นการประจานเขมร เรื่องขาดความจริงใจ
รมต.อ้วนทันเขมรทุกดอก ย้ำว่า สำหรับไทย เราเอาเรื่องเขตแดนทางทะเลมาก่อน เรื่องอื่นไม่ได้อยู่ในขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการประนอม ….เท่ากับปิดประตูตายข้อเสนอของกัมพูชา ที่จะให้แบ่งทรัพยากรทางทะเลก่อน แล้วค่อยขีดเส้นแบ่ง ซึ่งเชื่อได้ว่าถ้าไทยยอม ประเทศเห็นแก่ได้อย่างกัมพูชาจะหาทางเอาเปรียบไทยทุกทาง และจะใช้วิธีโกหกต่อชาวโลกดิสเครดิตไทย แอบอ้างเป็นชัยชนะของเขมร
กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาออกแถลงข่าว เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2569 ว่า ทั้งสองฝ่ายยอมรับว่าตนมีสิทธิที่จะออกแถลงการณ์เพื่อปกป้องสิทธิอันชอบธรรมของตน หรือเพื่อแก้ไขข้อมูลที่คลาดเคลื่อนและบิดเบือนจากข้อเท็จจริง…เจอ รมว.ต่างประเทศไทยสวนกลับ “เลือกแถลงเพียงบางส่วนและตีความเข้าข้างตัวเอง เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการเมือง พยายามเชื่อมโยงเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดน ทั้งที่การประชุมดังกล่าวหารือเฉพาะบริบทเขตแดนทางทะเล”
ปรัก สุคน รมว.ต่างประเทศ กัมพูชา ให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์แห่งชาติกัมพูชา (TVK) เมื่อวันอังคารที่ 20 ต.ค. ให้ยกระดับการทูต เพื่อส่งเสริมความเคารพซึ่งกันและกัน ต้องแก้ไขข้อพิพาทผ่านการเจรจาแทนการใช้กำลังทหาร เดือน พ.ค.ที่ผ่านมา นายกฯ ทั้งสองประเทศตกลงดำเนินมาตรการฟื้นฟูความสัมพันธ์ ส่งรองหัวหน้าคณะผู้แทนการทูตกลับไปประจำการ แต่ข้อตกลงนี้ยังไม่ถูกนำไปปฏิบัติ กัมพูชาเห็นว่า ช่องทางการทูตจำเป็น
เขมรเหมือนส่งสัญญาณไม่ไหวแล้ว การปิดด่านมีแต่จะพัง จึงเรียกร้องให้เจรจา ไทยต้องเรียกร้องให้เขมรจ่ายค่าเสียหายทั้งหมด “เพราะเป็นสิทธิอันชอบธรรม” เมื่อนั้นเขมรจะขมปร่าในคอด้วยรสผู้แพ้.



