ย้อนกลับไปไม่ถึง 10 ปีที่แล้ว น.ส.บายาน ซาดากาห์ ไม่มีโอกาสนั่งชมการแข่งขันฟุตบอลในซาอุดีอาระเบีย เนื่องจากผู้ชมที่เป็นผู้หญิงถูกห้ามเข้าสนามกีฬาของประเทศจนถึงปี 2561 ส่วนแนวคิดที่ว่าผู้หญิงสามารถเล่นฟุตบอลเป็นอาชีพนั้นแทบเป็นเรื่องที่นึกภาพไม่ออก ทว่าในตอนนี้ ซาดากาห์กลับสวมเสื้อแข่งของสโมสรยักษ์ใหญ่อย่าง “อัล-อิตติฮัด” ในเมืองเจดดาห์


ซาดากาห์ วัย 31 ปี ถือเป็นบุคคลสำคัญในฟุตบอลพรีเมียร์ลีกหญิงซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเริ่มต้นในปี 2565 ตามส่วนหนึ่งของการผลักดันในวงกว้างเพื่อพัฒนาวงการฟุตบอลหญิงในประเทศ แต่เส้นทางสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพของเธอไม่ได้ตรงไปตรงมา


ซาดากาห์เติบโตมาในเมืองเจดดาห์ และเคยเล่นฟุตบอลกับลูกพี่ลูกน้องที่บ้าน ก่อนจะย้ายไปอียิปต์ ซึ่งเธอเข้าร่วมสโมสรแห่งหนึ่งที่มีสมาชิกทีมชาติหญิงของอียิปต์เป็นผู้ฝึกสอน แต่เมื่อซาดากาห์กลับมายังซาอุดีอาระเบีย เธอกลับพบว่าประเทศบ้านเกิดไม่มีพื้นที่สำหรับเล่นฟุตบอลเลย


จนกระทั่งปี 2560 ซาดากาห์และกลุ่มเพื่อนร่วมทีมได้ก่อตั้งทีมฟุตบอลสมัครเล่น “เจดดาห์ อีเกิลส์” ซึ่งต่อมากลายเป็นสาวนหนึ่งของโครงสร้างฟุตบอลอาชีพที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ โดยในปัจจุบัน เธอลงเล่นให้กับทีมชาติหญิงของซาอุดีอาระเบียแล้วมากกว่า 20 นัด


ภายใต้แผนการของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารและนายกรัฐมนตรีซาอุดีอาระเบีย ที่มีชื่อว่า “วิสัยทัศน์ 2030” หรือ วิชั่น 2030 ซาอุดีอาระเบียมีเป้าหมายที่จะกระจายเศรษฐกิจและสังคม โดยกีฬาถือเป็นส่วนสำคัญของความพยายามดังกล่าว ผ่านการลงทุนที่ออกแบบมาเพื่อพัฒนาผู้มีความสามารถในประเทศ ควบคู่กับการส่งเสริมให้ซาอุดีอาระเบียเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก

สำหรับการจัดการแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศ ซึ่งการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก “ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ 2577” ก็เป็นส่วนสำคัญของความทะเยอทะยานนั้น


สโมสรต่าง ๆ ในซาอุดีอาระเบีย สามารถเสนอค่าตอบแทนที่ประกอบด้วยเงินเดือน สวัสดิการ และสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้กับนักฟุตบอล ซึ่งทำให้การย้ายไปเข้าร่วมลีกในประเทศที่มีประวัติสิทธิมนุษยชนย่ำแย่ กลายเป็นทางเลือกที่น่าดึงดูดในแง่การเงิน


ด้านนางคริสตินา ฟิลิปปู รองศาสตราจารย์ด้านการบัญชีและการเงินการกีฬา จากมหาวิทยาลัยพอร์ตสมัธ กล่าวว่า ปัจจัยดึงดูดมีทั้งการยกเว้นภาษีเงินได้ รวมถึงแพ็กเกจสำหรับชาวต่างชาติที่ครอบคลุมค่าที่พักและการเดินทาง


ทั้งนี้ กฎระเบียบของลีกฟุตบอลซาอุดีอาระเบีย กำหนดให้แต่ละสโมสรในดิวิชันระดับสูงสุด ต้องมีนักฟุตบอลอาชีพชาวซาอุดีอาระเบียอย่างน้อย 15 คน และทีมสามารถลงทะเบียนนักฟุตบอลชาวต่างชาติได้มากสุด 6 คน โดยอนุญาตให้นักฟุตบอลชาวต่างชาติอยู่ในสนามพร้อมกันได้ไม่เกิน 5 คน


ยิ่งไปกว่านั้น การที่ลีกเพิ่งเริ่มต้นได้ไม่นาน ส่งผลให้การสร้างฐานแฟนคลับเป็นเรื่องที่ท้าทาย และจำนวนผู้ชมที่ยังไม่มากนัก ทำให้บรรยากาศความคึกคักจึงยังเทียบไม่ได้กับลีกฟุตบอลหญิงในยุโรป สหรัฐ หรืออเมริกาใต้ ซึ่งมีความมั่นคงมากกว่า


อย่างไรก็ตาม ฟิลิปปูกล่าวว่า พัฒนาการที่เกิดขึ้นในซาอุดีอาระเบีย อาจเป็นตัวกระตุ้นที่ช่วยให้เกิดความก้าวหน้าที่คล้ายคลึงกันในประเทศอื่น ๆ เนื่องจากโมเดลของซาอุดีอาระเบียเปรียบเสมือน “พิมพ์เขียว” ที่ประเทศอื่นในภูมิภาคสามารถนำไปปรับใช้ได้.

ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES