จากกรณี อดีตพระกาโตะ หรือ นายพงศกร จันทร์แก้ว หรือ “แรมโบ้” ออกมายอมรับผิดเกี่ยวกับช่วงที่ตัวเองบวชเป็นพระแล้วเกิดมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับสีกา คือ น.ส.ตอง ภายหลังมีการจ่ายเงินดูแลช่วยเหลือลักษณะสามี-ภรรยา ก่อนทั้งสองจะเลิกลากัน ทำให้เรื่องราวถูกเปิดเผยกลายเป็นเรื่องฉาวในวงการสงฆ์ นอกจากนี้อดีตพระยังให้ข่าวอ้างว่า ได้จ่ายเงินจำนวน 3 แสนบาท ให้กับสื่อมวลชนในพื้นที่เพื่อให้ปิดข่าวดังกล่าว

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 3 พ.ค. ในรายการโหนกระแสทางช่อง 3 โดยพิธีกร “หนุ่ม-กรรชัย กำเหนิดพลอย” ได้เชิญ นายยุทธนา แต่งวงศ์ นายกสมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราชนครศรีธรรมราช พร้อมด้วย นายไพฑูรย์ อินทศิลา อุปนายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ประธานศูนย์ข่าวนคร 24 ชม. มาร่วมรายการเพื่อพูดคุยในประเด็นดังกล่าว โดยเบื้องต้นทั้งสองระบุว่า ในฐานะตัวแทนของนักข่าวพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งมีด้วยกันกว่า 30 คน รู้สึกไม่สบายใจหลังจากถูกพาดพิงว่า มีนักข่าวท้องถิ่นไปรับเงิน 3 แสน จากการสอบถามไม่พบว่ามีนักข่าวคนไหนไปรับเงินดังกล่าว ยืนยันว่าหากใครรับเงินก็พร้อมจะแจ้งเอาผิดดำเนินคดีตามกฎหมายแน่อน ขณะที่ นายไพฑูรย์ กล่าวในช่วงหนึ่งของรายการว่า มี “พระอาจารย์ดอน” เข้ามาหาที่บ้านพักเพื่อพูดคุยกันจริง โดยอ้างว่า จะให้เงินฝ่ายสีกาตอง 3 แสน ส่วนนักข่าวจะเอาเท่าไหร่ให้บอกมาเพื่อจะให้เรื่องจบไป แต่ตนไม่ยอม พร้อมกับนำเสนอข่าวแฉต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลง พระที่กระทำผิดเสพเมถุนต้องสึกจากความเป็นพระเท่านั้น

ทั้งนี้ระหว่างที่อยู่ในรายการ ได้มีการเปิดคลิปเสียงที่ “พระอาจารย์ดอน” พูดคุยกับสื่อช่องหนึ่ง โดยระบุชื่อของ “นายไพฑูรย์” ว่ามีการพูดคุยกันจริง อย่างไรก็ตาม ทาง “หนุ่ม กรรชัย” ได้สอบถามว่าสรุปแล้วได้มีการให้เงินกันหรือไม่ ทางนายไพฑูรย์ กล่าวยืนยันว่า ไม่ได้มีการมอบเงินให้แต่อย่างใด แต่ฝ่าย อดีตพระกาโตะ ได้กล่าวพาดพิงทำนองว่า นักข่าวนครศรีธรรมราช รับเงินดังกล่าว เหมือนกับเป็นการ “โยนขี้” ให้เกิดความเสียหาย

เช่นเดียวกับ น.ส.นุจชรี แรกรุ่น ผู้สื่อข่าวอาวุโส จ.นครศรีธรรมราช ได้ชี้แจงผ่านในรายการว่า กลุ่มผู้สื่อข่าวนครศรีธรรมราชจะมีด้วยกัน 3 กลุ่ม หลังจากมีการพาดพิงว่า นักข่าวในจังหวัดรับเงินเคลียร์ แม้จะไม่เดือดร้อน แต่ก็รู้สึกไม่สบายใจ สำหรับส่วนตัวมีฐานะอยู่แล้วไม่เคยไปรับเงินใครแน่นอน ก็อยากให้มีการชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า ใครเป็นคนรับเงินกันแน่

ขณะเดียวกัน นายพงศกร จันทร์แก้ว หรือ อดีตพระกาโตะ ก็ได้โฟนอินเข้ามาในรายการเพื่อชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นทำนองว่า ตนยืนยันว่ามีพระคนกลางเข้ามาพูดคุยเจรจาว่าจะให้เงิน น.ส.ตอง 3 แสนบาท และจะให้เงินนักข่าวเพื่อให้ยุติเรื่องดังกล่าว จึงได้โอนเงินไปเข้าบัญชีของพระรูปนั้น ซึ่งก็ไม่รู้ว่ามีการนำเงินไปให้ใครอย่างไร ที่ผ่านมาตนไม่ได้เอ่ยชื่อว่าให้เงินนักข่าวคนไหน เพราะได้รับข้อมูลมาเพียงเท่านี้ และอยากขอโทษที่ทำให้นักข่าวหลายคนรู้สึกไม่สบายใจ ทั้งนี้หนุ่ม กรรชัย ถามว่า หากเงินยังอยู่และขอคืนมาได้จะขอคืนมาหรือไม่ นายพงศกร กล่าวว่า หากคืนมาได้ก็ดี
ส่วนคำถามในประเด็นที่ว่า ใครเป็นคนเริ่มเรื่องนี้ก่อน โดยฝ่าย น.ส.ใบตอง อ้างว่า ฝ่ายอดีตพระกาโตะ เริ่มก่อนในตอนที่อยู่บนเขื่อนนั้น นายพงศกร กล่าวว่า ยอมรับว่า ตอนนั้นตะบะแตกแล้ว ยอมรับผิดไปแล้ว มีการคุยกันภาษาวัยรุ่น ก่อนจะเกิดเรื่องขึ้น

ช่วงท้ายรายการ “หนุ่ม กรรชัย” ได้ถามคำถามทำนองว่า “…เป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีคนรู้ว่า พี่ไพฑูรย์ รับเคลียร์ปิดข่าว ก็เลยแนะนำพระให้มาพูดคุย…มันมีข่าวถึงขนาดว่ารับไปแล้ว แล้วไปแชร์ให้นักข่าวต่อๆไป…” ซึ่งเรื่องนี้ นายไพฑูรย์ กล่าวว่า ในโลกโซเชียลจะว่าอย่างไรก็ว่าไป แต่ยืนยันได้ว่าตนไม่สามารถเคลีรย์ข่าวให้ใครได้ ทั้งนี้พระคนกลางอาจเห็นว่ารู้จักกับตน และเห็นตนไปทำงานช่วยเหลือพุทธศาสนาบ่อย ๆ เป็นนักข่าวเก่าแก่อาวุโส

ซึ่ง “….ที่ผ่านมาตนทำข่าวเกี่ยวกับพุทธศาสนามาโดยตลอด หากพระคนกลางได้รับคำแนะนำมาจากพระรูปอื่น หรือมีการบอกกล่าวว่าตนรับเคลียร์ รับรองว่า ตนตามยิงหมดวัด ยิงตัวตายแน่นอน เรื่องนี้ถือเป็นใหญ่ เป็นศักดิ์ศรีของตน…” นายไพฑูรย์ กล่าว ทำให้ฝ่ายหนุ่ม กรรชัย ตกใจร้องอุ๊ยและบอกให้ใจเย็น ๆ ก่อน

ขณะที่ นายยุทธนา กล่าวเสริมว่า ยืนยันล้านเปอร์เซ็นต์ ว่าไม่มีการรับเคลียร์ข่าว ที่ผ่านมาเพจสมาคมสื่อฯ ดุเดือดที่สุด เสี่ยงลูกปืนที่สุดแล้ว ส่วนเรื่องของ อดีตพระกาโตะ ก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม แต่หากมีการกล่าวขอโทษพร้อมชี้แจ้งและเป็นพยานว่า พระรูปไหนเสนอเงินอย่างไร ไปเคลียร์กับใคร ก็พร้อมจะถอนแจ้งความให้ ส่วนเรื่องนี้อยากให้จบอย่างไร คงต้องไปแจ้งความเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องโดยจะกระชากหน้ากากคนกลางให้หมด.
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก รายการโหนกระแส



