สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบามาโก ประเทศมาลี เมื่อวันที่ 3 พ.ค. ว่า รัฐบาลทหารมาลี ประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า มีความเสียใจเป็นอย่างยิ่ง ต่อการที่ความร่วมมือทางทหารกับฝรั่งเศสเสื่อมถอยลงอย่างชัดเจน จนส่งผลให้ต้องมีการยุติวามร่วมมือทางทหารระดับทวิภาคีในที่สุด โดยข้อตกลงดังกล่าวเป็นการลงนามร่วมกัน เมื่อปี 2557 หรือ 1 ปีหลังฝรั่งเศสส่งทหารเข้ามาในมาลี เพื่อปราบปรามกลุ่มหัวรุนแรงในพื้นที่


ทั้งนี้ รัฐบาลทหารมาลีให้เหตุผลหลายอย่าง ประกอบการตัดสินใจยุติความร่วมมือทางทหารกับฝรั่งเศส ซึ่งเป็นอดีตเจ้าอาณานิคม โดยรวมถึงการที่อากาศยานทางทหารของฝรั่งเศสละเมิดน่านฟ้า และการที่รัฐบาลปารีสประกาศยุติภารกิจร่วมทางทหาร เมื่อเดือน มิ.ย. 2564


นอกจากนี้ รัฐบาลทหารของมาลียังกล่าวหากองทัพฝรั่งเศส “สอดแนม” และ “การล้มล้างอำนาจ” เหตุกองทัพฝรั่งเศสเผยแพร่ภาพถ่ายจากอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน เหนือฐานทัพกอสซี ระบุวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา หรือเพียงวันเดียว หลังการส่งมอบฐานทัพแห่งนี้กลับคืนให้แก่ทางการมาลี กล่าวหากลุ่มนักรบ “วากเนอร์” ซึ่งเป็นองค์กรทหารรับจ้างต่างชาติชื่อดังของรัสเซีย กำลังฝังร่างของมนุษย์จำนวนหนึ่ง


ด้านรัฐบาลทหารมาลีกล่าวถึงเรื่องนี้เพียงว่า จะสอบสวน แต่ยังไม่ได้ให้รายละเอียดมากไปกว่านั้น อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นยิ่งตอกย้ำความไม่ลงรอยในความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ ที่ร้าวลึกมากขึ้นทุกขณะ นับตั้งแต่การรัฐประหารในมาลี เมื่อปี 2563 และปี 2564


ขณะที่ฝรั่งเศสประกาศเมื่อเดือน ก.พ.ปีนี้ ยุติปฏิบัติการทางทหารทั้งหมดในมาลี หลังรัฐบาลทหารมาลีเนรเทศนายโฌเอล เมเยอร์ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศส จากการที่นายฌอง-อีฟว์ เลอ ดริยง รมว.การต่างประเทศฝรั่งเศส กล่าวว่า รัฐบาลทหารมาลี “ลุแก่อำนาจ” เนื่องจากปฏิเสธจัดการเลือกตั้งที่ควรเกิดขึ้นในเดือนนี้ แต่กลับประกาศจะอยู่ในอำนาจต่อถึงปี 2568.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES