วันที่ 5 พ.ค. รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง เสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ พิจารณาเห็นชอบออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน กรอบวงเงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อรองรับมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนและค่าครองชีพประชาชน หลังได้ผลกระทบวิกฤติตะวันออกกลาง
ทั้งนี้ หลังจากพิจารณาแหล่งเงินทุกช่องทางแล้ว พบว่ามีงบประมาณไม่เพียงพอ จึงตัดสินใจออก พ.ร.ก.กู้เงิน และเป็นการกู้ในประเทศ แบบทยอยกู้เงินใช้ตามความจำเป็น ลักษณะเดียวกับการออก พ.ร.ก.เงินกู้ วงเงิน 1.5 ล้านล้านบาท ในช่วงวิกฤติโควิด
สำหรับการออก พ.ร.ก.เงินกู้ 400,000 ล้านบาทครั้งนี้ ไม่จำเป็นต้องขยายเพดานหนี้สาธารณะที่กำหนดไว้ 70% ของจีดีพี เนื่องจากยังอยู่ในกรอบวินัยการเงินการคลังที่กำหนดไว้ โดยปัจจุบันหนี้สาธารณะอยู่ที่ 66.38% ของจีดีพี
รายงานข่าวระบุว่า เมื่อ ครม. อนุมัติการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาทแล้ว หลังจากนั้นจะต้องตั้งคณะกรรมการเพื่อคัดกรองโครงการต่าง ๆ ที่หน่วยงานแต่ละแห่งเสนอมาขอใช้เงินกู้ และต้องเสนอรายละเอียดต่อรัฐสภา
ขณะที่รายละเอียดเบื้องต้น ในกรอบวงเงิน 400,000 ล้านบาท จะแบ่ง 200,000 ล้านบาทแรก ใช้บรรเทาผลกระทบและเยียวยากลุ่มเปราะบางและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส รัฐร่วมจ่าย 60% ประชาชน 40% วงเงิน 4,000 บาทต่อคน และเตรียมนำเสนอเข้าที่ประชุม ครม. วันที่ 12 พ.ค. 69
นอกจากนี้ กระทรวงการคลัง จะให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อัปเดตข้อมูลเพื่อให้เป็นปัจจุบัน จาก 13.2 ล้านคน และจะได้รับเติมเงินเพิ่ม 4,000 บาทต่อคนตามมาตรการช่วยเหลือจากรัฐบาล
ส่วนวงเงินส่วนที่ 2 อีก 200,000 ล้านบาท จะลงทุนเชิงยุทธศาสตร์เพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ โดยเน้นไปที่การเปลี่ยนผ่านพลังงาน เพื่อลดพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ โดยกรอบเวลาการใช้เงินกู้วันที่ 30 ก.ย. 70



