สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากเมืองลาปาซ ประเทศโบลิเวีย เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ว่า ผู้ต้องขังในเรือนจำที่แออัดของโบลิเวีย สามารถลดเวลาจำคุกของพวกเขาได้ โดยการอ่านหนังสือในโครงการใหม่ที่ได้รับอิทธิพลจากแผนงานหนึ่งในบราซิล ซึ่งตั้งเป้าที่จะกระจายความสามารถอ่านออกเขียนได้ และให้ความหวัง ทั้งที่มีกระบวนการทางศาลที่ล่าช้าและฉาวโฉ่
โครงการภาครัฐในชื่อ “หนังสือหลังลูกกรง” มอบโอกาสให้นักโทษสามารถออกจากเรือนจำได้เร็วขึ้นหลายวัน หรือหลายสัปดาห์ แม้โบลิเวียจะไม่มีโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต แต่การขังก่อนการพิจารณาคดีสามารถมีเวลานานหลายปี เนื่องด้วยระบบตุลาการที่อืดอาด
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวดำเนินการแล้วในเรือนจำ 47 แห่ง ที่ไม่มีทรัพยากรสำหรับจ่ายให้การศึกษา, การนำผู้ต้องขังคืนสู่สังคม หรือแผนงานการช่วยเหลือทางสังคมสำหรับนักโทษ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินของโบลิเวีย ระบุ

จนถึงตอนนนี้ นักโทษ 865 คน กำลังรับการฝึกฝนผ่านการอ่านบทร้อยแก้ว และพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนของพวกเขา โดยหนึ่งในนั้นคือ แจคเกอลีน ที่อ่านหนังสือไปแล้ว 8 เล่มใน 1 ปี และผ่านการทดสอบการอ่านมาแล้ว 4 ครั้ง
“มันเป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับคนอย่างเรา ทั้งคนที่ไม่มีรายได้ และคนที่ไม่มีครอบครัวอยู่นอกคุก” เธอกล่าว “มีคนอยู่ที่นี่ อย่างเช่น คนที่แค่เรียนวิธีอ่านและเขียน”
นาเดีย ครูซ รักษาการแทนผู้ตรวจการแผ่นดินของโบลิเวีย กล่าวว่า จุดมุ่งหมายคือ เพื่อให้กำลังใจผู้ต้องขังที่กำลังรอการพิจารณาคดี
“มันเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะสิ่งที่ช่วยลดโทษนั้นค่อนข้างเล็กน้อย ในบางกรณีอาจเป็นแค่หลายชั่วโมงหรือหลายวัน ขึ้นอยู่กับสิ่งที่คณะกรรมการตัดสินใจ” เธอบอกกับรอยเตอร์ส
ด้วยค่าจ้าง 8 โบลิเวียโนต่อวัน (ประมาณ 40 บาท) นักโทษในโบลิเวียจึงต้องทำงานไปด้วย เพื่อให้ได้เงินมาประทังชีวิต และจ่ายค่าธรรมเนียมให้แก่ศาลสูงเพื่อการปล่อยตัว

เรือนจำและห้องขังของโบลิเวียประสบปัญหาจากความแออัดและสภาพที่ไม่ถูกสุขอนามัย ซึ่งผู้ต้องขังบางคนประท้วงถึงการขาดบริการดูแลสุขภาพอีกด้วย ตามที่องค์กรสิทธิมนุษยชน ฮิวแมน ไรทส์ วอทช์ (เอชอาร์ดับเบิลยู) ระบุ
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความยากลำบากเหล่านี้ การเรียนรู้การอ่านเหมือนกับการหนีออกจากกำแพงเรือนจำ ซึ่งอย่างน้อยก็เป็นทางจิตใจ มิลเดรด นักโทษที่เรือนจำหญิงโอบราเยส ในกรุงลาปาซ กล่าว
“เมื่อฉันอ่านหนังสือ ฉันสัมผัสกับทั่วทั้งจักรวาล กำแพงและลูกกรงห้องขังนั้นหายไป” เธอกล่าว
เครดิตภาพ : REUTERS



