เมื่อวันที่ 5 พ.ค. พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ ผบก.ปคม. พล.ต.ต.สมควร พึ่งทรัพย์ ผบก.รน. พ.ต.อ.ชัชวาล ชูชัยเจริญ ผกก.5 บก.รน. นำกำลังชุดปฎิบัติการพิเศษมัจฉานุ ตำรวจกก.2บก.รน. และตำรวจส.รน.3 กก.5 บก.รน. (ตำรวจน้ำสัตหีบ) กว่า 30 นาย พร้อมเรือตรวจการณ์รัถยาภิบาลบัญชา 815 และ เรือตรวจการณ์ 633 ออกจากท่าเทียบเรือสัตหีบ เพื่อเข้าตรวจสอบเรือก.โชครัตนปรีดา 9 ซึ่งเป็นหนึ่งในเรือเป้าหมายที่ทางชุดทำงานสืบทราบว่าผู้ต้องหาตามหมายจับหลบหนีมากบดานอยู่ และดำเนินการค้นหาพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดีค้ามนุษย์บนเรือประมง

ที่เกิดเหตุอยู่กลางทะเลอ่าวไทยห่างจากจากชายฝั่งบริเวณท่าเรือสัตหีบ 20 ไมล์ทะเล หรือ 36 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่พบเรือเป้าหมายจอดอยู่กลางทะเล จึงได้ทำการส่งสัญญาณแสดงตัวตรวจสอบ ก่อนทำการเทียบเรือเข้าตรวจสอบในเบื้องต้นพบนายถวิล ไชยเสนา อายุ 56 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาที่ 831/2565 ลงวันที่ 27 พ.ค. ในฐานความผิด ร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไปและสมคบกันโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระท าความผิดฐานค้ามนุษย์โดยแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการบังคับใช้แรงงานหรือให้บริการหรือการอื่นใดที่คล้ายคลึงกันอันเป็นการขูดรีดบุคคลไม่ว่าบุคคลนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม”และลูกเรือ 3 ราย จึงได้ทำการตรวจสอบเรือ ใบทะเบียนเรือ ,ใบอนุญาตการใช้เรือและเอกสารการทำประมงทั้งหมดพบว่ามีการขออนุญาตถูกต้อง จึงได้ทำการจับกุมนายถวิล ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การภาคเสธว่าไม่ได้กระทำการเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์ แต่ให้การยอมรับในบางประเด็นโดยเฉพาะเรื่องของการที่เป็นผู้ควบคุมเรือปราบสมุทร 39 ไปทำประมงที่นอกเขตน่านน้ำไทย โดยเข้าไปทำที่เขตน่านน้ำของประเทศมาเลเซียจริง อีกทั้งเคยถูกจับกุมขณะหาปลาที่น่านน้ำประเทศมาเลเซียก่อนที่จะถูกทางการมาเลเซียนั้นส่งกลับมาที่ประเทศไทย อีกทั้งยอมรับว่าบนเรือมีการใช้ยาเสพติด โดยที่ลูกเรือต่างหากันมาเอง ไม่ได้เกี่ยวกับตน และไม่ได้บังคับแรงงานประมงตามที่ถูกกล่าวหา
ต่อมา ที่ ห้องประชุม ชั้น 2 กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.อ.ดร.ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง พร้อมด้วย พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. พ.ต.อ.ณรงค์ เทศวิบูลย์รอง ผบก.ปคม. ร่วมกันแถลงผลยุทธการ “เรือมนุษย์” หลังมีการปล่อยแถวระดมกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 6 จุดในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ จ.นนทบุรี จ.จันทบุรี เพื่อกวาดล้างจับกุมผู้ต้องหาขบวนการค้ามนุษย์บังคับใช้แรงงานบนเรือประมง


พล.ต.อ.รอย กล่าวว่า สำหรับภาพรวมของยุทธการดังกล่าว เบื้องต้นสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ 7 คน แบ่งเป็นผู้ต้องหาที่ทำหน้าที่เป็นนายหน้าคอยจัดหาเหยื่อแรงงาน 5 คน ไต๋ก๋งเรือ 1 คน และ เจ้าของเรือ 1 คน คงเหลือผู้ต้องหาที่ยังอยู่ระหว่างหลบหนีอีก 3 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างการติดตาม นอกจากนี้จากการตรวจสอบยังพบว่า การที่กลุ่มผู้ต้องหาล่องเรือไปทำประมงยังน่านน้ำประเทศเพื่อนบ้านนั้น เป็นการแอบลักลอบเดินทางออกนอกราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย อีกทั้งเจ้าของเรือประมงและไต๋ก๋งเรือลำดังกล่าว ไม่ได้มีการจัดทำเอกสารคนประจาเรือ (SEA MAN BOOK) , เอกสารการเดินทาง เข้า-ออกของเรือประมงลำเกิดเหตุ รวมถึงไม่ได้มีการแจ้งหน่วยที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ส่อเจตนาปกปิดข้อมูลของลูกเรือและเรือลำที่ใช้ โดยหลังจากนี้จะเร่งดำเนินการตรวจสอบขยายผลเอาผิดผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆ ต่อไป.



