นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) หน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงฯ ได้จัดทำ “โครงการสำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2565 (งานแจงนับ)” ซึ่งถือเป็นสำมะโนด้านเศรษฐกิจครั้งยิ่งใหญ่ เพื่อเป็นข้อมูลที่สำคัญสำหรับใช้ในการวางแผน กำหนดนโยบายการส่งเสริมการค้า การลงทุน ตลอดจนจัดทำตัวชี้วัดภาวะเศรษฐกิจของประเทศ เช่น ผลิตภัณฑ์มวลรวม ในประเทศ (จีดีพี) หรือใช้ในการวิเคราะห์เปรียบเทียบสถานการณ์ในภาคการค้าการบริการ และอุตสาหกรรมการผลิต ในระดับประเทศ ภูมิภาค และระดับโลก
“ภาครัฐตระหนักถึงความสำคัญของข้อมูลจากโครงการดังกล่าวที่จะนำไปใช้วางแผนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศตลอดจนให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย หรือเอสเอ็มอีให้มีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น ในระดับนานาชาติไม่ว่าจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วหรือประเทศที่กำลังพัฒนา เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และเวียดนาม เป็นต้น ล้วนให้ความสำคัญกับการจัดทำข้อมูลด้านเศรษฐกิจ เพื่อชี้ให้เห็นถึงโครงสร้าง ทางเศรษฐกิจของประเทศที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง”

นายชัยวุฒิ กล่าวต่อว่า ประเทศไทยมีสถานประกอบการในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมอประมาณ 2.6 ล้านแห่ง ถือเป็นหัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งการ จัดทำโครงการฯ ครั้งนี้ จะได้มีข้อมูลให้หน่วยงานภาครัฐ ใช้ในการกำหนดนโยบายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการ หรือออกมาตรการต่าง ๆ ในการช่วยเหลือให้สอดคล้อง กับความต้องการได้อย่างตรงจุด เช่น การเข้าถึงแหล่งเงินทุน ส่วนภาคเอกชนและประชาชนได้นำไปใช้ประกอบ ในการตัดสินใจลงทุน ต่อยอดธุรกิจ ขยายกิจการ หรือออกผลิตภัณฑ์ชนิดใหม่ รวมไปถึงการวางแผนกลยุทธ์ ให้สามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการในธุรกิจเดียวกันได้
น.ส.ปิยนุช วุฒิสอน ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ กล่าวว่า จะส่งเจ้าหน้าที่ หรือ ‘คุณมาดี’ ลงพื้นที่ เก็บรวบรวมข้อมูลพร้อมกันทั่วประเทศ ระหว่างเดือนพ.ค.-ส.ค.65 ด้วยวิธีการสัมภาษณ์ผู้ประกอบการโดยตรง และ มีระบบออนไลน์สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการให้ข้อมูลด้วยตนเองอีกช่องทางหนึ่ง และขอเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการมั่นใจว่าข้อมูลจะเป็นความลับ ไม่รั่วไหล และไม่นำไปเปิดเผยเป็นรายกิจการ



