เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ณ ท่าเทียบเรือคลองใหญ่อเนกประสงค์ อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด น.อ.วุฒิฉัตร ราชรัตนารักษ์ รอง ผอ.ศรชล.จว.ตราด พร้อมกำลังทหารนาวิกโยธิน ได้เข้าตรวจสอบเรือประมงสัญชาติกัมพูชาจำนวน 3 ลำ พร้อมลูกเรือรวม 6 คน ภายหลังเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสามารถสกัดจับได้ในช่วงคืนของวันที่ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา ขณะที่เรือลำหนึ่งกำลังลักลอบนำสินค้าเข้ามาส่งให้กับพ่อค้าชาวไทย และอีกสองลำกำลังเตรียมมารับสินค้าจากฝั่งไทยข้ามไปยังฝั่งกัมพูชา
จากการตรวจสอบเรือประมงขนาด 15 เมตร ลำที่บรรทุกลังโฟม พบของกลางเป็นปูแกะแช่แข็งจำนวน 66 ลัง น้ำหนักแต่ละลังประมาณ 25-35 กิโลกรัม รวมน้ำหนักสินค้าทั้งหมดประมาณ 1,650-1,980 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐานพร้อมควบคุมตัวลูกเรือ 2 คน ในขณะที่เรือประมงอีก 2 ลำ ขนาด 45 ตันกรอส พร้อมลูกเรือลำละ 2 คน เป็นเรือที่ขับข้ามแดนเข้ามาตามนัดหมายเพื่อรอรับสินค้าอุปโภคบริโภค บริเวณชายหาดแห่งหนึ่งในตำบลหาดเล็กและตำบลคลองใหญ่ ซึ่งถูกจับกุมได้ในเวลาไล่เลี่ยกันเนื่องจากขับเรือตามกันมา
ทางด้านนายโซ๊ะ อายุ 48 ปี ชาวจังหวัดเกาะกง ผู้รับจ้างขับเรือขนส่งปูแกะแช่แข็ง ได้ให้การสารภาพว่าเป็นเพียงผู้รับจ้างขับเรือตามคำสั่งโดยได้รับค่าจ้างเที่ยวละ 1,000 บาท ซึ่งจะใช้วิธีนัดแนะผ่านสัญญาณไฟจากฝั่งไทย เมื่อเห็นแสงไฟสัญญาณจึงจะขับเรือเข้าเทียบท่าตามจุดนั้น โดยยอมรับว่าเพิ่งทำเป็นครั้งที่ 2 เพราะมาทำงานแทนคนอื่นและรู้สึกหวาดกลัวอยู่ตลอดเวลา
ทั้งนี้ยังระบุด้วยความอัดอั้นว่าสาเหตุที่ต้องทำผิดกฎหมายมาจากปัญหาความยากจนและภาระค่าเทอมลูกที่กำลังจะเข้าโรงเรียน จึงตัดสินใจคิดสั้นเพื่อหาเงินให้ลูกเรียนหนังสือโดยไม่ได้คำนึงถึงผลเสียระยะยาว พร้อมยืนยันว่าหากพ้นผิดไปได้จะเลิกทำอย่างเด็ดขาด
นอกจากนี้ยังสะท้อนถึงความลำบากของคนในพื้นที่ว่าตั้งแต่ปิดด่านชายแดน ทำให้การประกอบอาชีพสุจริตอย่างการรับจ้างยกของทำได้ยากขึ้น จึงอยากให้มีการเปิดด่านตามปกติ เพื่อให้ชาวบ้านกลับมาทำมาหากินเลี้ยงชีพได้ตามเดิม
ส่วนนายโนด อายุ 63 ปี ชาวบ้านปากคลอง อำเภอมณฑลเสมา จังหวัดเกาะกง ซึ่งทำหน้าที่เป็นไต๋เรืออีกราย สารภาพว่าตนได้รับว่าจ้างด้วยเงิน 1,000 บาท ให้ขับเรือเปล่ามารับสินค้าตามจุดนัดหมายในช่วงกลางดึก เพื่อพรางตัวจากสายตาเจ้าหน้าที่ โดยติดต่อผ่านโทรศัพท์มือถือเป็นหลัก เมื่อถึงจุดหมายจะมีกลุ่มบุคคลทำการขนถ่ายสินค้าด้วยวิธีการโยนลงเรือ ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์ก่อสร้างและเครื่องนุ่งห่ม อาทิ นอต เชือก ถังสี และเคมีภัณฑ์ โดยไม่มีสินค้าประเภทอาหารปะปนอยู่ ซึ่งตนยอมรับว่าทำมาแล้วประมาณ 4-5 ครั้ง เนื่องจากไม่มีงานทำและอายุมาก จึงไม่มีใครจ้างงาน
น.อ.วุฒิฉัตร ราชรัตนารักษ์ รอง ผอ.ศรชล.จว.ตราด ได้ระบุเพิ่มเติมว่า ภายหลังการปิดด่านพรมแดนถาวร ศรชล. ได้ยกระดับการเฝ้าตรวจทางทะเลในระยะ 12 ไมล์ทะเลอย่างเข้มข้นตลอด 24 ชั่วโมง โดยใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล มุ่งเน้นสกัดกั้นการขนส่งเสบียงทุกรูปแบบ ทั้งอาหาร น้ำมัน และสิ่งของอุปโภคบริโภคไม่ให้หลุดรอดไปยังฝั่งตรงข้าม ซึ่งการปฏิบัติการครั้งนี้ได้ใช้เทคโนโลยีระดับสูง ในการล็อกเป้าและติดตามเรือต้องสงสัยจนนำไปสู่การจับกุม สำหรับสถานการณ์การลักลอบน้ำมันในปัจจุบันยังไม่พบการกระทำผิดเนื่องจากมีการคุมเข้มเป็นพิเศษ พร้อมกันนี้ยังได้ฝากขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการเห็นแก่ความมั่นคงของชาติมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตน เพราะการสนับสนุนฝ่ายตรงข้ามอาจส่งผลกระทบย้อนกลับมาสร้างความเดือดร้อนให้กับคนในชาติเองในที่สุด.



