เมื่อวันที่ 20 พ.ค. นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.หมายเลข 4 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมกับนางสุดา สุวิชาโสภณ ผู้สมัคร ส.ก.เขตสาทร หมายเลข 6 ลงพื้นที่ตลาดกิตติ ถนนเซ็นหลุยส์เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เพื่อพบปะประชาชนพร้อมขอคะแนนเสียงสนับสนุนในโค้งสุดท้าย ซึ่งมีประชาชนเข้าทักทายพร้อมแสดงความเป็นห่วงนายสุชัชวีร์ และต้องการให้ได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ กทม. คนต่อไป

ทั้งนี้นายสุชัชวีร์ ให้สัมภาษณ์ปัญหาสำคัญในพื้นที่ กทม.คือปัญหาน้ำท่วม ตนจึงมีความตั้งใจว่า เมื่อตนได้เป็นผู้ว่าฯ จะลงไปกำกับการแก้ปัญหาน้ำท่วมด้วยตัวเอง เพราะปัญหาน้ำท่วมเป็นข้อพิสูจน์ว่าการแก้ปัญหา กทม. นั้นตกยุคไปแล้ว จะต้องไปวางแผนเรื่องการบริหารจัดการน้ำท่วมใน กทม.ใหม่ โดยจะต้องใช้อินเทอร์เน็ต ไวไฟ สำหรับเปิด-ปิดประตูน้ำ และเครื่องสูบน้ำให้เป็นระบบอัตโนมัติ เพราะหากมัวรอคน เราก็เห็นข่าวว่าไม่ได้เปิดประตูน้ำ ไม่ได้เปิดเครื่องสูบน้ำ กรุงเทพฯ ก็จมน้ำอยู่อย่างนี้ ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่กรุงเทพฯ ต้องเปลี่ยน ให้เป็นเมืองที่ทันสมัย เพื่อแก้ปัญหาซ้ำซากให้พี่น้องประชาชนทุกคน ทุกพื้นที่

“ผมคาดหวังว่าจะเห็นการเมืองใหม่ การเมืองที่สำหรับผู้ว่าฯ กทม.นั้น จะต้องเน้นย้ำว่าเป็นงานเฉพาะที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และพลัง มาแก้ปัญหาของเมือง มันไม่ใช่ตำแหน่งที่จะมาเล่นการเมือง ผมอยากเห็นสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้นในบ้านนี้เมืองนี้จริงๆ โค้งสุดท้ายแล้ว ผมอยากขอคะแนนท่าน ครอบครัว และคนที่ท่านรู้จัก ผมมุ่งมั่นที่จะทำงานจริงๆ อย่างทุ่มเท อยากเห็นกรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีสวัสดิการที่ทันสมัย ต้นแบบของอาเซียน และเราก็ทำได้ ขอให้มั่นใจ อีก 2 วันเท่านั้น ช่วยกันให้เต็มที่ สำหรับผมสู้เกินร้อยอย่างที่เห็น สู้ทุกวัน และจะเป็นผู้ว่าฯ ที่ดี ไม่ทำให้ทุกท่านผิดหวังเลย”นายสุชัชวีร์ กล่าว

สำหรับปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ในช่วงเย็นวันนี้ (20 พ.ค.) นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า เป็นการปราศรัยครั้งสำคัญและเป็นบทสรุปของการเดินทางในเส้นทางผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ของตน และจะมีพี่น้อง ส.ก.50 เขต ร่วมเวทีด้วย อีกทั้งยังมี นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯ กทม. ร่วมขึ้นเวทีปราศรัยด้วย ทั้งนี้สาเหตุที่ใช้สถานีรถไฟหัวลำโพง เพราะหัวลำโพง หรือรถไฟเป็นสัญลักษณ์ของความทันสมัยของประเทศไทยเมื่อร้อยปีที่แล้วประเทศไทยมีรถไฟเป็นประเทศแรกๆในทวีปเอเชีย ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 รวม126 ปีที่ประเทศไทยมีรถไฟใช้ ซึ่งวันนั้นเรายังใช้เกวียนอยู่เลย แสดงว่าประเทศไทยสามารถยกระดับแบบก้าวกระโดดได้นี่เป็นสัญลักษณ์สำคัญว่า กรุงเทพฯ สามารถยกระดับก้าวกระโดดได้เช่นเดียวกัน ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของความทันสมัย ความเปลี่ยนแปลง ของคนไทย ไม่แพ้ใครในโลก.