เมื่อวันที่ 20 พ.ค. นายสกลธี ภัททิยกุล ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 3 สังกัดอิสระ เตรียมขึ้นเวทีปราศรัยปิดในช่วงเย็นวันนี้ ตั้งแต่เวลา 18.30-20.30 น. ที่ลานพระเจ้าตากสิน วงเวียนใหญ่ ภายหลังจากลุยหาเสียงพบปะชาว กทม.และผู้ค้าขายทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ กว่า 50 เขต และนำปัญหา ข้อเสนอแนะ ข้อเรียกร้องต่างๆ ที่ได้รับ มาพัฒนาเป็นนโยบายเพื่อดำเนินการ หากได้รับเลือกให้เป็นผู้ว่าฯ กทม. คนที่ 17
ในการปราศรัยปิดเย็นนี้ นายสกลธีจะขึ้นเวทีปราศรัยแถลงนโยบายครั้งสุดท้าย อาทิ นโยบายเกี่ยวกับการขนส่งสาธารณะและการจราจร โดยจะนำเอาระบบ AI มาใช้ในการปล่อยสัญญาณไฟจราจรในแต่ละแยก และเชื่อมต่อระบบ ล้อ ราง เรือ เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัด สนับสนุนให้คน กทม. กลับมาใช้ขนส่งสาธารณะมากขึ้น, นโยบายการสาธารณสุข โดยเพิ่มศูนย์สาธารณสุขให้ครอบคลุมประชาชนทั้ง 50 เขต และปรับให้เป็นสมาร์ทคลินิก นำระบบ Telemedicine มาใช้ เข้าถึงการรักษาที่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น การศึกษา โรงเรียนดีใกล้บ้าน โดยปรับให้เป็นโรงเรียนสองภาษา เป็นโรงเรียนผสมและเฉพาะทาง นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม มีความปลอดภัยและผังเมืองดีกว่านี้ได้โดยการลด แยกขยะ จัดแนวทางการเก็บขยะเพื่อเตรียมเป็น กทม. Net Zero จัดระเบียบโซนนิ่งอุตสาหกรรม ที่อยู่อาศัย จัดทำสวนทุกเขตพร้อมนักรุกขกรมืออาชีพเพื่อดูแลต้นไม้ใหญ่ทั่วเมือง นโยบายการบริหารจัดการ ใช้เทคโนโลยีเชื่อมกับระบบการทำงานบริหารให้เหมาะกับชุมชนต่างๆ แก้ปัญหาความต้องการ เช่น การจัดเก็บขยะให้เหมาะสมกับจำนวนบ้านเรือน ไม่ให้มีขยะค้างคา, นโยบายเศรษฐกิจ สังคม ท่องเที่ยว จัดถนนคนเดิน จัดสตรีทฟู้ดที่ไม่กระทบต่อทางเดินเท้า มีโรงเรียนฝึกอาชีพทันสมัย สนับสนุนการจ้างงานคนพิการ และส่งเสริมอาชีพคนพิการ และที่สำคัญคือการประกาศตัวว่าเป็น “ผู้ว่าฯ กทม.ที่หาเงินได้และใช้เงินเป็น” รวมถึงจะมีการเปิดตัวฐานเสียงผู้สนับสนุน และเหล่าบุคคลมีชื่อเสียงต่างๆ

นอกจากนี้จะมีการเปิดตัวทีมสกลธีครบทุกคน ซึ่งบุคคลเหล่านี้ จะมาเป็นผู้ร่วมงานในฐานะที่ปรึกษาในด้านต่างๆ ประกอบด้วย ดร.จิรวัฒน์ ตั้งปณิธานนท์ ทีมที่ปรึกษาด้านไอทีและดิจิทัล นายฝันดี จรรยาธนากร ทีมที่ปรึกษาด้านป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, ดร.นริศรา ลิ้มธนากุล ทีมที่ปรึกษาด้านการจราจรและขนส่งสาธารณะ, นายกฤษณะ แก้วธำรงค์ ทีมที่ปรึกษาด้านการท่องเที่ยว, นายเจตน์ โศภิษฐ์พงศธร ทีมที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม ศิลปะและวัฒนธรรม และ ณัฐรดา เลขะธนชลท์ ทีมที่ปรึกษาด้านการศึกษา
ทั้งนี้ สำหรับสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) 18 คน ที่ตบเท้าเข้าร่วมเปิดตัวกับนายสกลธี โดยมีทั้งผู้สมัคร ส.ก.จากพรรคพลังประชารัฐ 14 คน และเป็นผู้สมัครอิสระอีก 4 คน ประกอบด้วย ว่าที่ ร.อ.วีรพล วงษ์มะเซาะ เขตคันนายาว เบอร์ 4 นายภานุภณ พฤฒิวโรดม เขตจอมทอง เบอร์ 6 นายเจริญศักดิ์ มณีรัตนสุบรรณ เขตทุ่งครุ เบอร์ 5 นายณัฐพงษ์ ลีลาสถาพรกูร เขตบางขุนเทียน เบอร์ 3 นายอาชวิน สีตบุตร เขตคลองสาน เบอร์ 2 นายปรินต์ ทองปุสสะ เขตบางนา เบอร์ 2 นายมานพ มารุ่งเรือง เขตบางบอน เบอร์ 7 นายณัฐวิชช์ ดำรงค์ศรีวงศ์ เขตพญาไท เบอร์ 6 นายชูชาติ ยิ้มงาม เขตภาษีเจริญ เบอร์ 5 นายพีรพัทธ์ ศรีสิงห์ เขตธนบุรี เบอร์ 4 นายสุชาติ เซ็นนิ เขตมีนบุรี เบอร์ 4 นายอนุชาญ กวางทอง เขตราชเทวี เบอร์ 2 น.ส.รุ้งตะวัน ธัญภัทรานนท์ เขตลาดพร้าว เบอร์ 1 น.ส.ปฏิมา ชุติมันต์ เขตวังทองหลาง เบอร์ 2 น.ส.ภัณฑ์ธิรา ณิชยสุรีย์กุล เขตบางกอกใหญ่ เบอร์ 3 นางโสภา อมราศรัยศรี เขตสวนหลวง เบอร์ 3 นายรังสรรค์ กียปัจจ์ เขตหลักสี่ เบอร์ 1 และนายวรธนิตสุวรรณรักษ์ เขตบึงกุ่ม เบอร์ 7 ซึ่งทั้งหมด 18 คน จะร่วมขึ้นเวทีปราศรัยปิดในวันนี้เช่นเดียวกัน
สำหรับวันอาทิตย์ที่ 22 พ.ค.นี้ ในเวลาประมาณ 09.00 น. นายสกลธีจะเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งที่เขตเลือกตั้ง 1 หน่วยเลือกตั้ง 5 โดยสถานที่เลือกตั้งจะเป็นเต็นท์บริเวณการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (ถนนพหลโยธิน) แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร หลังจากใช้สิทธิเลือกตั้ง นายสกลธีจะเดินทางกลับบ้านพัก จากนั้นจึงเดินทางมาร่วมชมการนับคะแนนที่ศูนย์ประสานงาน อาคาร R56 ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า จากกรณีที่ประชุมคณะกรรมการการบริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค.ชุดใหญ่ ได้มีมติเห็นชอบปรับพื้นที่สถานการณ์และมาตรการป้องกันโรคแบบบูรณาการ ดังนี้ ปรับลดพื้นที่สีหรือแบ่งโซนในการควบคุมโรคโควิด เหลือเพียงสีเขียว สีฟ้า และสีเหลือง รวมถึงได้มีมติให้ผ่อนคลาย ให้เปิดสถานบันเทิง ผับ บาร์ ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.นี้ ภายใต้มาตรการด้านสาธารณสุขนั้น
นายสกลธีเปิดเผยถึงประเด็นดังกล่าว ว่า ธุรกิจภาคกลางคืน และคนทำงานภาคกลางคืนเหล่านี้ เป็นหนึ่งในคนที่ได้รับผลกระทบจากโควิดและจากการปิดสถานที่มากๆ ดังนั้นภาครัฐต้องเร่งช่วยเหลืออย่างเต็มที่ สำหรับตนนั้น กรุงเทพฯ เป็นเมืองท่องเที่ยวอยู่แล้ว แต่ว่าในการที่จะยอมรับถึงสถานบริการ มันยังมีไม่มากพอ เพราะฉะนั้น องค์กรต่างๆ จะต้องช่วยให้ได้ในแผนที่หมุดหมายของสถานที่ท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร ควรจะต้องกำหนดว่าโซนไหนเป็นจุดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีเยอะ เพื่อที่จะเป็นการโปรโมตให้กับนักท่องเที่ยว รวมถึงในบางจุด ตนมองว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องยอมรับว่า เมืองเราเป็นเมืองท่องเที่ยวจริงๆ และสถานบริการในทุกๆ ที่ตอนกลางคืน ไม่สามารถปิดเร็วได้ เพราะด้วยธรรมชาติของนักท่องเที่ยว เขาจะเริ่มเที่ยวกันดึก จึงควรขยายเวลาในการปิดสถานบริการ เพื่อทำให้คนมาใช้บริการได้เยอะขึ้น

แต่ว่าเราอาจจะมีการจัดเป็นโซนนิ่ง เพื่อป้องกันคนที่พักอาศัยอยู่ในบริเวณเหล่านั้น โดยจะต้องเข้มและจริงจังกับโซนนิ่งที่จะให้สถานบริการเหล่านั้นได้อยู่และตนมองว่าการที่เราขยายเวลา มันจะเป็นการตัดวงจรของส่วยสินบน ซึ่งถ้ายอมรับกันตามจริง ปัจจุบันก็มีการเปิดเกินเวลาอยู่แล้ว โดยการที่ผิดกฎหมาย และนำมันไปสู่การจ่ายส่วยเพื่อให้เปิด ดังนั้น จึงเห็นควรว่าให้เอาขึ้นมาบนระบบ คือให้เปิดเกินเวลาเลย แต่ว่าต้องจำกัดถึงเรื่องโซนนิ่งให้ดี เพื่อเป็นการช่วยให้คนทำงานกลางคืนกลับมาลืมตาอ้าปากได้
นายสกลธี ยังกล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องของทุนในการประกอบอาชีพของคนทำงานกลางคืนนั้น จะต้องทำเป็นกองทุนของกรุงเทพฯ ในการช่วยคนทำงานกลางคืน หรือจะเป็นภาครัฐส่วนต่างๆ อาจจะเป็น ธนาคารของรัฐ เช่น ธนาคารออมสิน หรือธนาคารอื่นๆ ในการที่จะให้เงินทุนให้กับผู้ประกอบการได้กลับมาลืมตาอ้าปากและทำให้กรุงเทพฯ กลับมาเป็นเมืองท่องเที่ยวได้อีกครั้ง



