สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ว่าประธานาธิบดียุน ซอก-ยอล ผู้นำเกาหลีใต้ ให้การต้อนรับและพบหารือกับประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่กรุงโซล นับเป็นการพบหารืออย่างเป็นทางการครั้งแรก ระหว่างผู้นำสหรัฐกับผู้นำคนใหม่ของเกาหลีใต้ ซึ่งเพิ่งรับตำแหน่งได้ยังไม่ถึง 2 สัปดาห์


ไบเดนกล่าวในตอนหนึ่งของการหารือ เกี่ยวกับการส่งเสริมความแข็งแกร่งทุกมิติ ในความเป็นพันธมิตรระหว่างสหรัฐกับเกาหลีใต้ เพื่อให้อินโด-แปซิฟิก เป็นภูมิภาคที่ “เสรีและเปิดกว้าง” ส่งสัญญาณอย่างมีนัยถึงจีน

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน และประธานาธิบดียุน ซอก-ยอล เยี่ยมชมโรงงานของซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ที่เมืองเปียกแท็ก โดยมีนายอี แจ-ยอง รองประธานซัมซุง เป็นผู้นำชม


ขณะที่ผู้นำเกาหลีใต้กล่าวถึงความมุ่งมั่น ยกระดับความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและการค้ากับสหรัฐ ตามแผนผลักดันของห่วงโซ่อุปทานโลก ซึ่งเป็นผลจากสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน สอดคล้องกับการที่ไบเดนพยายามโน้มน้าวให้บริษัทหลายแห่งของเกาหลีใต้เพิ่มการลงทุนในสหรัฐ รวมถึง แผนการให้บริษัทฮุนได มอเตอร์ ก่อสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่แห่งแรกในอเมริกา ที่จะเป็นการลงทุนประมาณ 5,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 189,486 ล้านบาท)

ประธานาธิบดียุน ซอก-ยอล และประธานาธิบดีโจ ไบเดน พบหารือที่กรุงโซล


ทั้งนี้ มีการวิเคราะห์เช่นกันว่า รัฐบาลโซลในยุคของยุนต้องการแสดงบทบาทเพิ่มมากขึ้นในภูมิภาค และมีความเป็นไปได้ ว่าจะเป็นหนึ่งในประเทศแรก ที่ร่วมก่อตั้งกรอบความร่วมมือด้านเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิก (ไอพีอีเอฟ) ที่ประกอบด้วย 3 เสาหลัก ได้แก่ ความยืดหยุ่นทางการค้า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การปลอดคาร์บอน และการต่อต้านการคอร์รัปชั่น และรัฐบาลปักกิ่งออกมาวิจารณ์เรื่องนี้ว่า “เป็นสงครามเย็นเพื่อสร้างความแบ่งแยก” ปัจจุบัน จีนเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้


เกี่ยวกับความร่วมมือด้านความมั่นคงในระดับทวิภาคี ผู้นำเกาหลีใต้และสหรัฐเห็นชอบในหลักการ เกี่ยวกับการขยายขนาดการซ้อมรบ และการเปิดโอกาสให้สหรัฐสามารถขนย้าย “อาวุธที่จำเป็น” เข้ามาประจำการในเกาหลีใต้ อย่างไรก็ตาม ทั้งสองประเทศร่วมกันแสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 ในเกาหลีเหนือ และยืนยันพร้อมให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม.

เครดิตภาพ : REUTERS