สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 25 พ.ค. เกี่ยวกับความคืบหน้าหลังเกิดเหตุกราดยิง ภายในโรงเรียนประถมศึกษา “ร็อบบ์” ที่เมืองยูวัลดี ในรัฐเทกซัส เมื่อวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น ว่า จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 22 ราย แบ่งเป็นเด็ก 19 ราย และผู้ใหญ่ 3 ราย โดยหนึ่งในผู้เสียชีวิตที่เป็นผู้ใหญ่ รวมถึงมือปืน คือ นายซัลวาดอร์ รามอส วัย 18 ปี

ทำเนียบขาวลงธงชาติสหรัฐลงครึ่งเสา เพื่อไว้อาลัยให้แก่ผู้เสียชีวิต จากเหตุกราดยิง ที่โรงเรียนประถมศึกษา “ร็อบบ์” ในรัฐเทกซัส


ด้านแหล่งข่าวในฝ่ายสืบสวนสอบสวนให้ข้อมูลว่า อาวุธปืนของคนร้ายมี 2 กระบอก คือ ปืนพก และปืนไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติเออาร์-15 ขณะที่ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่สอง สาม และสี่ หมายความว่ามีอายุระหว่าง 7-10 ขวบเท่านั้น และมีความเป็นไปได้ว่า รามอสก่อเหตุฆาตกรรมผู้เป็นยาย ก่อนเดินทางมายังที่เกิดเหตุ

ตำรวจและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่โรงเรียนประถมศึกษา “ร็อบบ์” ที่เมืองยูวัลดี ในรัฐเทกซัส หลังเกิดเหตุกราดยิง


ต่อมา ประธานาธิบดีโจ ไบเดน มีคำสั่งให้สถานที่ราชการทุกแห่งของสหรัฐ ลดธงชาติลงครึ่งเสาจนถึงวันที่ 28 พ.ค.นี้ เพื่อร่วมแสดงความไว้อาลัยและเป็นเกียรติแก่ผู้เสียชีวิต หลังจากนั้น ผู้นำสหรัฐแถลงผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ ประณามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่าเป็นอีกครั้งที่เด็กผู้บริสุทธิ์ต้องจากไป และเรียกร้องทุกภาคส่วน “ร่วมกันดำเนินการ” โดยไม่มีการกล่าวลงลึกในรายละเอียด


อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้ยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้แก่ไบเดน ซึ่งคะแนนนิยม ณ เวลานี้ ร่วงลงต่ำสุดอีกครั้ง จากภาวะวิกฤติในปัจจุบัน คืออัตราเงินเฟ้อของสหรัฐ ที่พุ่งสูงสุดในรอบ 40 ปี และสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนซึ่งยืดเยื้อ

สำหรับเหตุกราดยิงที่โรงเรียนประถมศึกษา ร็อบบ์ ถือเป็นโศกนาฏกรรมกราดยิงในโรงเรียน ครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบ 10 ปี ของสหรัฐ นับตั้งแต่เหตุกราดยิงที่โรงเรียนประถมศึกษา “แซนดี ฮูก” ที่เมืองนิวทาวน์ ในรัฐคอนเนตทิคัต เมื่อปี 2555 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 26 ราย เป็นเด็กมากถึง 20 ราย ตามด้วยเหตุกราดยิงที่โรงเรียนมัธยมศึกษา “สโตแมน ดักลาส” ที่เมืองปาร์คแลนด์ ในรัฐฟลอริดา เมื่อปี 2561 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 17 ราย.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES