สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 25 พ.ค. ว่า ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี กล่าวว่า การเจรจาโดยตรงเพื่อยุติสงครามกับรัสเซีย ต้องเป็นการพบหารือระหว่างเขา ในฐานะผู้นำยูเครน กับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียเท่านั้น ไม่ใช่การเจรจา “ผ่านคนกลาง”


ขณะเดียวกัน ผู้นำยูเครน กล่าวด้วยว่า หากผู้นำรัสเซีย “เข้าใจสถานการณ์อย่าวถ่องแท้” การเจรจาระดับผู้นำคงเกิดขึ้น และทั้งสองฝ่ายร่วมกันแสวงหาหนทางที่เป็นไปได้ เพื่อยุติการสู้รบที่ยืดเยื้อล่วงเข้าสู่เดือนที่ 4


นอกจากนี้ เซเลนสกียังคงยืนยันว่า กองทัพยูเครนจะเดินหน้าต่อสู้จนถึงที่สุด เพื่อทวงคืนดินแดนทั้งหมดที่สูญเสียไป หรือกำลังอยู่ภายใต้การยึดครองของทหารรัสเซีย และกองกำลังสนับสนุนฝ่ายนิยมรัสเซีย อย่างไรก็ตาม ยังคงไม่มีความชัดเจนจากรัฐบาลเคียฟ ว่าความมุ่งมั่นกระชับพื้นที่คืนนั้น จะรวมถึงคาบสมุทรไครเมียด้วยหรือไม่


ขณะที่ นายดมิโทร คูเลบา รมว.การต่างประเทศยูเครน ยังคงคาดหวังองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ประกาศเขตห้ามบินเหนือท่าเรือทุกแห่งในยูเครน เพื่อให้เรือบรรทุกสินค้าที่ยังคงติดค้าง สามารถเดินทางออกจากท่าเรือได้อย่างปลอดภัย


อย่างไรก็ตาม นาโตยืนกรานตั้งแต่ช่วงต้นของสงคราม ว่าจะไม่เป็นผู้ประกาศเขตห้ามบินอย่างเด็ดขาด เนื่องจากการดำเนินการเช่นนั้น เท่ากับเป็นการที่นาโตจะกลายเป็นคู่สงครามโดยตรงกับรัสเซีย


ในอีกด้านหนึ่ง เทศบาลเมืองมาริอูโปล ซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญริมชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงใต้ของยูเครน กล่าวว่า จำนวนพลเรือนในพื้นที่ซึ่งเสียชีวิตจากสงคราม สะสมเป็นมากกว่า 22,000 ราย แต่แน่นอนว่า “สถิติจริงสูงกว่านั้นมาก”.

เครดิตภาพ : REUTERS