เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 เม.ย. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยกรณีสื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่ภาพบรรยากาศบริเวณเสาชิงช้า เขตพระนคร ช่วงกลางคืน ซึ่งปรากฏว่ามีคนไร้บ้านจำนวนหนึ่งนอนพักอยู่บริเวณฐานและโดยรอบพื้นที่ สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมและภาพลักษณ์เมือง โดยยอมรับปัญหาคนไร้บ้านเป็นประเด็นที่มีอยู่หลายพื้นที่ของ กทม. และสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและการย้ายถิ่นฐาน เพื่อเข้ามาหางานทำในเมืองใหญ่ ที่ผ่านมา กทม. ดำเนินโครงการบ้านอิ่มใจ เพื่อเป็นสถานที่พักพิงและฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของคนไร้บ้าน ควบคู่กับการฝึกอาชีพและการสร้างโอกาสในการกลับคืนสังคม

อย่างไรก็ตาม การนำคนไร้บ้านเข้าสู่สถานพักพิงไม่สามารถบังคับได้ เพราะข้อจำกัดทางกฎหมาย จึงต้องอาศัยความสมัครใจของบุคคลเป็นสำคัญ ทำให้ต้องใช้กระบวนการทำความเข้าใจ สร้างแรงจูงใจ และชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ของการเข้าสู่ระบบดูแล

ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวต่อว่า ปัจจุบันบ้านอิ่มใจมีผู้เข้าพักประมาณ 50 คน จากความจุที่รองรับได้มากกว่า 100 คน กทม. จะพยายามนำคนไร้บ้านเข้าสู่พื้นที่ที่ปลอดภัยมากขึ้น และเพิ่มโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิต แต่ยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะไม่สามารถบังคับได้

ส่วนที่มีการรวมตัวของคนไร้บ้านบริเวณเสาชิงช้า อธิบายว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ใกล้แหล่งแจกอาหารในช่วงเย็น ที่มีผู้มีจิตศรัทธานำอาหารมาแจกจ่าย ทำให้คนไร้บ้านบางส่วนเลือกพักอาศัยบริเวณใกล้เคียง อีกทั้งบางรายอาจไม่ประสงค์ปฏิบัติตามระเบียบของสถานพักพิง จึงเลือกพักอยู่นอกพื้นที่

ทั้งนี้ กทม. รับทราบปัญหาแล้ว และจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อเพิ่มความเข้มข้นดูแล จัดระเบียบพื้นที่หลังช่วงเทศกาลสงกรานต์ พร้อมผลักดันให้คนไร้บ้านเข้าสู่ระบบการช่วยเหลือมากขึ้น ย้ำว่าการแก้ไขปัญหาดังกล่าวไม่ควรมุ่งเพียงการจัดระเบียบเพื่อปรับปรุงภาพลักษณ์ของเมือง แต่ต้องให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพ และคุณภาพชีวิตของคนไร้บ้านเป็นหลัก

“เรื่องภาพลักษณ์เมืองก็เป็นประเด็นหนึ่ง แต่สวัสดิภาพของคนเป็นเรื่องสำคัญกว่า การย้ายคนจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ จำเป็นต้องแก้ไขเชิงระบบและทำให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม”

ในส่วนการขยายสถานพักพิง ผู้ว่าฯ กทม. ระบุ ขณะนี้บ้านอิ่มใจยังมีศักยภาพรองรับเพิ่มเติมได้ จึงยังไม่มีความจำเป็นต้องขยายในทันที ควรเน้นการใช้ศักยภาพที่มีอยู่ให้เต็มประสิทธิภาพก่อน ขณะเดียวกันมีการหมุนเวียนของผู้เข้าพักออกไปประกอบอาชีพอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ กทม. มีแผนขยายมาตรการดูแลคนไร้บ้านไปยังเขตอื่น ๆ ที่พบปัญหาในลักษณะเดียวกัน โดยจากการสำรวจพบคนไร้บ้านในภาพรวม กทม. ยังคงอยู่ที่ประมาณ 1,000 คน และไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

“การแก้ไขปัญหาคนไร้บ้านจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อสร้างระบบดูแลที่ยั่งยืนและครอบคลุมในระยะยาว”  ผู้ว่าฯ กทม. ระบุ.