จากเหตุการณ์รถไฟชนรถเมล์ที่จุดตัดทางรถไฟมักกะสันกับถนนอโศก-ดินแดง จนมีผู้เสียชีวิต 8 ราย และมีผู้บาดเจ็บหลายราย นั้น
เมื่อวันที่ 17 พ.ค. ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และ อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว ตนขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจจุดตัดอื่นที่มีความเสี่ยง และหาแนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรม
โดยจากข้อมูลที่ศึกษามาพบว่า มีจุดตัดทางรถไฟและถนนในระดับเดียวกันถึง 2,300 แห่งทั่วประเทศ จุดตัดเหล่านี้ จำนวนมากมีแต่ป้ายจราจรเตือน แต่ยังไม่มีเครื่องกั้น ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุได้ สำหรับกรุงเทพมหานคร มีจุดตัดเสมอระดับอีกหลายสิบจุดด้วยกัน
ในทางวิชาการจุดตัดที่มีความเสี่ยงสูงจะพิจารณาจากค่าตัวคูณควบจราจร หรือค่า TM (Traffic Moment) ซึ่งเป็นผลคูณระหว่างปริมาณรถยนต์กับจำนวนขบวนรถไฟต่อวัน ซึ่งหากมีค่าสูงยิ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และการเลือกรูปแบบจุดตัดจะต้องพิจารณาค่า TM ดังกล่าว หากค่า TM ต่ำกว่า 10,000 สามารถใช้ป้ายจราจรได้ แต่หาก TM เกิน 10,000 แต่ไม่ถึง 100,000 ต้องติดตั้งเครื่องกั้นถนนและป้ายจราจร และหากค่า TM เกิน 100,000 ควรจะทำเป็นทางต่างระดับ
ศ.ดร.อมร กล่าวต่อไปว่า นอกจากค่าตัวคูณควบจราจรดังกล่าวแล้ว จุดตัดทางรถไฟกับทางรถยนต์เสมอระดับที่มีความเสี่ยงสูงจะมีลักษณะดังนี้ 1.ค่าตัวคูณควบจราจรสูง เช่น ค่า TM เกินหลักหลายหมื่นขึ้นไป 2.จุดตัดตั้งอยู่ในบริเวณโค้ง ไม่ว่าจะเป็นโค้งของทางรถยนต์หรือของทางรถไฟก็ตาม 3.จุดตัดที่อยู่ในที่ลาดชัน 4.จุดตัดที่มุมตัดเฉียง ไม่ตั้งฉากกัน 5.จุดตัดที่มีการก่อสร้างหรือมีสิ่งบดบังทัศนวิสัยในระยะ 1,000 เมตร 6.จุดตั้งที่อยู่ใกล้สะพาน อุโมงค์ทางลอด ทางแยก หรือจุดเข้าออกอื่น 7.จุดตั้งที่ป้ายจราจรถูกบดบัง หรือ อยู่ในสภาพที่เสื่อมโทรม ไม่เหมาะสมในการใช้งาน 8.ไม่มีแสงสว่างพอเพียงในบริเวณจุดตัด โดยเฉพาะในเวลากลางคืน 9.เครื่องกั้นไม่สมบูรณ์ ไม่มีไฟสัญญาณ หรือเสียงแจ้งเตือน 10. ไม่มีเส้นหยุดรถก่อนถึงขอบรางรถไฟ 5 เมตร
“ซึ่งจุดตัดเหล่านี้ เป็นจุดตัดที่มีความเสี่ยง ประชาชนควรจะใช้ความระมัดระวังในการขับขี่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นการรถไฟแห่งประเทศไทย กรมการขนส่งทางราง ขสมก. ต้องเร่งสำรวจจุดตัด จัดทำแผนความเสี่ยง และเพิ่มมาตรฐานด้านความปลอดภัย ให้เข้มงวดขึ้น” ศ.ดร.อมร กล่าวย้ำ.



