สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ว่าแนวปะการังทั่วโลก ซึ่งเป็นแหล่งค้ำจุนสิ่งมีชีวิตในทะเลถึง 1 ใน 4 ได้รับความเครียดอย่างรุนแรงจากพายุโซนร้อนรุนแรง มลพิษ และเหตุการณ์ปะการังฟอกขาวครั้งใหญ่ ที่เกิดจากอุณหภูมิของมหาสมุทรที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่นักวิทยาศาสตร์บางคนเตือนว่า แนวปะการังกำลังเผชิญกับการเสื่อมโทรมที่ไม่สามารถฟื้นฟูได้
แต่การวิเคราะห์ข้อมูลจากการสำรวจปะการัง 45,000 ครั้ง ร่วมกับข้อมูลสภาพภูมิอากาศและมหาสมุทร หลายทศวรรษ ได้ระบุแนวปะการังที่ทนทานต่อสภาพภูมิอากาศใน 71 ประเทศ และ 100 ดินแดน รวมถึงในบางส่วนของทะเลแคริบเบียน มหาสมุทรแปซิฟิก และมหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งไม่เคยได้รับการสำรวจมาก่อน
Scientists identify 64,000 sq miles of coral reef capable of surviving climate crisis https://t.co/g44MVmsEtA https://t.co/g44MVmsEtA
— Reuters (@Reuters) June 16, 2026
ปัจจุบัน หลายประเทศกำลังจัดทำแผนปฏิบัติการโดยมีเป้าหมาย ที่จะนำพื้นที่ทางบกและทางทะเล 30% มาอยู่ภายใต้การคุ้มครองอย่างเป็นทางการ ภายในสิ้นทศวรรษนี้ หรือภายใต้โครงการ “30 บาย 30” (30 by 30) ขณะที่งานวิจัยใหม่นี้จะช่วยให้รัฐบาลสามารถพิจารณาที่ตั้งของแนวปะการัง สำหรับการวางแผนในอนาคตได้
น.ส.เอมิลี ดาร์ลิง ผู้อำนวยการฝ่ายอนุรักษ์ปะการังของสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (ดับเบิลยูซีเอส) และหนึ่งในผู้เขียนรายงานกล่าวว่า มีเพียง 28% ของแนวปะการังทั่วโลกเท่านั้น ที่อยู่ในเขตพื้นที่คุ้มครองและอนุรักษ์ ดังนั้น โอกาสและความเร่งจึงชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อโลกกำลังเผชิญกับปรากฏการณ์เอลนีโญครั้งใหญ่
ด้านน.ส.สเตซี จูปิเตอร์ ผู้ร่วมเขียนรายงาน และผู้อำนวยการบริหารโครงการทางทะเลระดับโลกของดับเบิลยูซีเอส กล่าวว่า ข้อมูลดังกล่าวจะช่วยให้รัฐบาลมีข้อมูลที่จำเป็นในการตัดสินใจว่า ควรจัดสรรงบประมาณที่มีจำกัดไปที่ใด ซึ่งจะช่วยให้แนวปะการังที่มีความยืดหยุ่นมากกว่า มีโอกาสรอดชีวิตได้มากที่สุด.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



