ในช่วงเวลานี้ที่มีภาวะสงคราม น้ำมันแพง เศรษฐกิจฝืดเคือง  รัฐบาลมีแนวคิดที่จะหาเงินหลายช่องทาง เพื่ออัดฉีดเม็ดเงินลงไปกระตุ้นเศรษฐกิจ มาตรการ อาทิ การออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณ เอางบจากหน่วยงานอื่นมาไว้งบกลาง คาดว่าจะทำได้ราวเดือน มิ.ย. โอนได้ 70,000 ล้านบาท ออก พ.ร.ก.กู้เงิน วงเงิน 5 แสนล้านบาท การยกเลิกการตรึงเพดานภาษี VAT ให้เก็บในอัตรา 10% แทน 7%  แต่ทั้งหมดทั้งมวล สรุปในการประชุม ครม.เมื่อวันที่ 21 เม.ย.ว่า ต้องหารือใน ครม.เศรษฐกิจก่อน และเข้า ครม.ชุดใหญ่ ผู้ที่จะชี้แจงทั้งหมด คือ “รมต.เอก” เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง  

รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ประชุม ครม.ไม่ได้หารือเรื่องการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท  “นายกฯ หนู” อนุทิน ชาญวีรกูล มีข้อสั่งการให้ รมต.เอกนิติและสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไปศึกษาในเรื่องรายละเอียด  รมว.คลังแสดงความเห็นในที่ประชุม ครม.ว่า หากจะดำเนินการออก พ.ร.ก.กู้เงิน อยู่ในวิสัยที่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากขณะนี้เกิดวิกฤติโลกและวิกฤติพลังงาน ที่มีผลกระทบไปทั่วโลก อย่างไรก็ตาม นายกฯ  ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะมีการกู้หรือไม่ แต่เป็นการเตรียมการเอาไว้กรณีหากเกิดวิกฤติจะสามารถดำเนินการได้ทันที  

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ  ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า หากรัฐบาลจะออก พ.ร.ก.กู้เงินเพิ่มเติมเพื่อเยียวยาเศรษฐกิจ จะไม่กระทบต่อการจัดอันดับเครดิตประเทศ เพราะโจทย์สำคัญของบริษัทเรตติ้งที่มองไทย คือดูว่าการกู้เงินเพื่อทำอะไร  รัฐบาลชัดเจนว่า หากกู้แล้วจะต้องมียุทธศาสตร์ใช้เงินให้คุ้มค่า โดยเน้นใช้เงินไปที่กลุ่มเป้าหมายที่จำเป็น เช่น ใช้เงินช่วยให้คนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจให้สามารถปรับตัวได้ ตลอดจนนำไปใช้เพื่อปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ

แต่การกู้เงินจะออกเป็น พ.ร.ก. หรือไม่นั้น กำลังให้ฝ่ายกฎหมายไปศึกษา โดยดูว่ารัฐธรรมนูญกำหนดในเรื่องนี้ให้ทำอย่างไรได้ เพดานหนี้สาธารณะ ที่ปัจจุบันกำหนดไว้ไม่เกิน 70% ของจีดีพีนั้น ปัจจุบันหนี้สาธารณะของรัฐบาลอยู่ที่ 66% และยังมีช่องว่างเหลืออยู่ 4% คิดเป็นวงเงิน 8 แสนล้านบาท หากรัฐบาลออกกฎหมายกู้เงินเพิ่มเติมไม่ถึง  8 แสนล้านบาท ก็ไม่จำเป็นต้องขยายเพดานหนี้สาธารณะ 

รัฐบาลยังอยู่ระหว่างปรับปรุงงบประมาณรายจ่ายปี 69 ในส่วนที่ยังไม่ได้ทำสัญญาผูกพัน โดยจะออก พ.ร.บ.โอนงบเหล่านั้นมาไว้เป็นงบกลางเพื่อช่วยเหลือประชาชน รวมถึงการพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายปี 70 ว่าจะสามารถตัดงบส่วนใดเพื่อนำมาช่วยเหลือประชาชนที่กำลังเดือดร้อน

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้กวักมือเรียกสื่อมวลชนเพื่อชี้แจงประเด็นการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ว่า วันที่ 20 เม.ย. ที่สื่อถามตนถามว่า รัฐบาลจะออก พ.ร.ก.กู้เงินได้หรือไม่ ตอบว่าทำได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 ตนอธิบายว่าทำอย่างไรได้บ้าง จะกู้หรือไม่ ให้ไปถามกระทรวงการคลัง “แต่กลายเป็นว่า ผมไปบอกว่าจะกู้เงินซะแล้ว และคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ผมคิดว่าไม่ค่อยถูก ทีหลังคิดว่าไม่ค่อยจะพูดแล้วดีกว่า หาว่าผมไปออฟไซด์รัฐบาล เคลียร์กันก่อนว่าเรื่องเป็นอย่างนี้ ผมตั้งใจอธิบายตามกฎหมาย”  

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เปิดเผยว่า ยืนยันสถานการณ์ในขณะนี้ยังไม่มีการปรับขึ้นภาษีแวต และส่วนตัวคิดว่าการปรับขึ้นคงจะยาก เพราะต้องดูสถานการณ์ แต่เรื่องนี้มีแผนเดิมอยู่แล้ว  จะดำเนินการเมื่อไหร่ก็อีกเรื่องหนึ่ง  

“รมต.แบต” ภราดร ปริศนานันทกุล  รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงบประมาณ กล่าวถึงโครงการรถเก่าแลกรถใหม่  ตามนโยบายรัฐบาล เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานสะอาด ว่า ยังไม่เข้าสู่ที่ประชุม ครม.วันนี้ กระทรวงการคลังกำลังดูรายละเอียดในเรื่องนี้อยู่ ส่วนเรื่องค่าไฟสำหรับกลุ่มเปราะบาง จะจัดทำเป็นขั้นบันได ผู้ที่ใช้ไฟน้อยปกติจ่ายอยู่ที่ราว 2 บาทกว่าต่อหน่วย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจจะมีการปรับเกณฑ์บันไดค่าไฟใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเดือน มิ.ย.นี้ เพราะมาตรการเดิมจะสิ้นสุดในเดือน พ.ค.

ส่วนโครงการคนละครึ่ง พลัส ยืนยันว่า ไม่เกี่ยวว่างบประมาณมีหรือไม่มี รัฐบริหารจัดการได้ เพราะมีหลายช่องทางที่สามารถทำได้ ทั้งการออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณ ซึ่งจะดำเนินการอย่างแน่นอน งบกลางฉุกเฉินบางส่วนก็ยังนำไปใช้ได้ ในโครงการไทยช่วยไทยที่กระทรวงการคลังกำลังคิด  จะมีมาตรการคนละครึ่งพลัสอยู่ในโครงการนี้ ตั้งเป้าหมาย 20-30 ล้านคน และเชื่อว่าวงเงินต่อรายต้องไม่น้อยกว่าคนละครึ่งพลัสเฟสแรก หรือไม่น้อยกว่า 2,000 บาทต่อราย  

“สส.ไหม” ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เชื่อว่า รัฐบาลต้องกู้เงินแน่นอน ที่เดาได้เพราะสถานะการคลังไม่สู้ดี รัฐบาลกำลังหลังชนฝา เงินสำรองกำลังจะหมด แม้รัฐบาลจะเหลืองบกลาง เงินสำรองของปี 69 อยู่ 20,000 กว่าล้านบาท แต่ไม่น่าพอเยียวยาประชาชน ถ้าออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณ  เงินที่โอนต้องถูกเอาไปใช้หนี้เงินคงคลังก่อนตามกฎหมาย ต้องรอกระบวนการตั้งงบ 70 ให้แล้วเสร็จก่อนจึงโอนงบได้  พอทำได้ไม่เร็วก็แทบจะไม่มีประโยชน์ และไม่น่าจะโอนได้มาก

ต้องตอบ 2 คำถามนี้ให้ได้ คือทำไมต้องกู้ถึง 500,000 ล้านบาท หรือราว 2.6% ของจีดีพี  ถ้าจะกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงนี้ ด้วยเม็ดเงินถึง 500,000 ล้าน บอกได้เลยว่าไม่ควร ด้วยความเสี่ยงเศรษฐกิจตกต่ำ ค่าครองชีพพุ่งสูง  และแผนใช้เงิน และแผนใช้หนี้ หน้าตาเป็นอย่างไร  ที่ผ่านมา พ.ร.ก.เงินกู้มักเป็นเช็คเปล่า ไม่มีรายละเอียด ไม่มีแผนงานโครงการ ที่สำคัญไม่เคยระบุแผนใช้หนี้ ทำให้หนี้สาธารณะจากช่วงโควิดไม่มีแนวโน้มจะลดลงเลย

และรอบนี้ยังต้องขยายเพดานการก่อหนี้สาธารณะจาก 70% เป็น 75% จึงอยากเห็น รมว.คลัง ระบุชัดเจนว่าจะเก็บภาษีตัวไหนเพิ่มบ้าง อาทิ VAT จาก 7% เป็น 10% ในปี 2571 เป็นต้นไป ภาษีสรรพสามิตน้ำมันเพิ่มอีก 1 บาทจาก 6-7 บาท เป็น 7-8 บาท ภาษีเดินทางไปต่างประเทศ (sayonara tax) ฯลฯ ต้องกล่อมสภาว่าการกู้ครั้งนี้รับผิดชอบ รักษาวินัยการคลัง  

“รมต.แต๋ม” ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการช่วยเหลือประชาชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ที่จะเข้าที่ประชุม  ครม.ว่า  ได้พูดคุยกับกระทรวงมหาดไทยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วในเรื่องของการกระจายสินค้า ใช้ช่องทางของอำเภอ ที่อธิบดีกรมการปกครองระบุว่า จะสามารถกระจายสินค้าได้ 800 อำเภอ รวมถึงคุยกับไปรษณีย์ไทยว่าจะใช้ไปรษณีย์ช่วยกระจายสินค้าราคาประหยัด มีตลาดนัดที่จะจำหน่ายสินค้าชุมชนและสินค้าเกษตร มีรถเร่และรถพุ่มพวงที่จะใช้กระจายสินค้า เพื่อเข้าถึงพื้นที่ห่างไกล 

และยังมีร้านค้าของกองทุนหมู่บ้านเข้ามารับสินค้านำไปกระจายต่อ มีสินค้าร่วมกันประมาณ 3,000 กว่ารายการ ขณะเดียวกันเราเปิดจดทะเบียนรับสมัครสินค้าชุมชน เอสเอ็มอี ผู้ประกอบการรายเล็ก ให้เข้ามาอยู่ในแพลตฟอร์มนี้ด้วย  มีการทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มออนไลน์เบื้องต้น 5 แพลตฟอร์ม คือ ไทยแลนด์โพสต์มาร์ท Nex Gen Commerce  TikTok  Shopee และ LINE  ซึ่ง 5 แพลตฟอร์มนี้สำหรับสินค้าชุมชนและเอสเอ็มอี ซึ่งเราคัดเลือกอยู่ 2,000 ร้านค้า ขึ้นมาอยู่บนแพลตฟอร์ม

กระทรวงพาณิชย์จะช่วยเรื่องค่าขนส่ง เพื่อให้ไรเดอร์ได้มีรายได้ด้วย นอกจากนี้ ยังมีคูปองลดราคาสินค้า 100 บาทบนแพลตฟอร์มดังกล่าว 5 แสนใบที่จะให้กับผู้ซื้อ เพื่อช่วยโปรโมตสินค้าเอสเอ็มอีให้มีพื้นที่ขาย โดยจะมีอินฟลูเอนเซอร์มาช่วยโปรโมต  ซึ่งในส่วนของการกระจายสินค้าไปยังอำเภอ จะพยายามดำเนินการให้ได้ภายในวันที่ 1 พ.ค.

ปิดท้ายด้วยที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบการแต่งตั้งข้าราชการการเมือง และข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง ตามที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสนอ อาทิ นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อดีต รมช.มหาดไทย ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษา รมว.มหาดไทย, นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ และอดีตอธิบดีกรมการปกครอง ดำรงตำแหน่ง เลขานุการ รมว.มหาดไทย การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง สำนักนายกรัฐมนตรี นายนพดล เภรีฤกษ์ ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา

“ทีมข่าวการเมือง”