สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ว่ากลุ่มพันธมิตรความร่วมมือด้านนวัตกรรมเพื่อรับมือโรคระบาด (ซีอีพีไอ) ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรพันธมิตรวัคซีนระดับโลก กล่าวถึงวิกฤติการณ์การแพร่ระบาดของโรคอีโบลา จากเชื้อไวรัสสายพันธุ์บุนดีบูเกียว ว่าจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) ณ ขณะนี้ เป็นเพียง “ยอดของภูเขาน้ำแข็ง” เท่านั้น
ความแตกต่างสำคัญคือ ขณะที่เชื้ออีโบลาสายพันธุ์ซาอีร์ ซึ่งพบได้บ่อยกว่านั้น มีแนวทางการรักษาและวัคซีนที่ผ่านการรับรองแล้ว แต่สำหรับโรคระบาดในระลอกนี้เกิดจาก สายพันธุ์บุนดีบูเกียว ที่แม้ในอดีตเคยพิสูจน์แล้วว่ามีอัตราการเสียชีวิตที่ต่ำกว่า ทว่าในปัจจุบันกลับ “ยังไม่มีการรับรอง” ยาที่ใช้รักษาจำเพาะเจาะจงหรือวัคซีนใด ๆ
Global health authorities are racing to identify medical options to help contain an Ebola outbreak in eastern Democratic Republic of Congo linked to the Bundibugyo strain of the virus. https://t.co/QhhIb7QDQR
— Reuters Africa (@ReutersAfrica) May 21, 2026
ทั้งนี้ ซีพีอีไอเคยมีเป้าหมายจัดหาวัคซีนต้านโรคอีโบลาให้ได้ภายใน 3 เดือน แม้ตอนนี้ยังตอบได้ยากมาก ว่าจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ แต่เชื่อว่า จะสามารถตอบสนองต่อโรคได้รวดเร็วกว่าเมื่อ 5 ปีที่แล้วอย่างแน่นอน
นับตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค. ที่ผ่านมา องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ยืนยันจำนวนผู้เสียชีวิตที่รวมกรณีเข้าข่ายอย่างน้อย 139 ราย จากจำนวนผู้ป่วยสะสมราว 600 คน แทบทั้งหมดอยู่ในดีอาร์คองโก และมีเพียงส่วนน้อยมากในยูกันดา อย่างไรก็ตาม มีผู้ติดเชื้อเพียงไม่กี่สิบคนซึ่งได้รับการยืนยันผลแล้วจากห้องปฏิบัติการ
อนึ่ง ดับเบิลยูเอชโอประกาศให้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคอีโบลา จากเชื้อไวรัสสายพันธุ์บุนดีบูเกียว เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พร้อมทั้งยืนยันว่า พื้นที่เสี่ยงสูงสุดในเวลานี้ คือ ดีอาร์คองโก ซึ่งการแพร่ระบาดของโรคอีโบลาครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 17 นับตั้งแต่มีการพบค้นพบโรคดังกล่าว เมื่อปี 2519.
เครดิตภาพ : REUTERS



