สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 25 พ.ค. ว่าสำนักงานการค้าระหว่างประเทศของอินเดียออกแถลงการณ์ว่า การส่งออกน้ำตาลทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาลทรายดิบ หรือน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ ถือเป็นสินค้าควบคุม ระหว่างวันที่ 1 มิ.ย. จนถึง 31 ต.ค. นี้ โดยผู้ประกอบการต้อง “ขออนุญาตเป็นกรณีพิเศษ” จากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ในกรณีต้องการส่งออกน้ำตาล ไม่ว่าปริมาณเท่าใดก็ตาม


สำหรับตลอดช่วงฤดูกาลส่งออกน้ำตาลรอบปัจจุบัน ซึ่งครอบคลุมระยะเวลาถึงเดือน ก.ย. นี้ รัฐบาลอินเดียจำกัดการส่งออกน้ำตาลทุกชนิดไว้ที่สูงสุดไม่เกิน 10 ล้านตัน เพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดภายในประเทศ และเพื่อบริหารจัดการปริมาณน้ำตาลสำรอง ปัจจุบัน อินเดียเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่อันดับสองของโลก รองจากบราซิล


การเตรียมใช้มาตรการดังกล่าว เกิดขึ้นในช่วงที่อัตราเงินเฟ้อรายปีของอินเดีย ประเทศซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสามของทวีปเอเชีย สูงอยู่ที่ระดับ 7.8% สูงที่สุดในรอบเกือบ 8 ปี ขณะเดียวกัน ยังเป็นการยกระดับมาตรการกีดกันด้านอาหารให้ตึงตัวขึ้นไปอีกขั้น เนื่องจากเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนหน้านั้น อินเดียระงับส่งออกธัญพืชทุกชนิด “อย่างไม่มีกำหนด” เพื่อรักษาความมั่นคงทางอาหารภายในประเทศ สืบเนื่องจากสงครามยืดเยื้อระหว่างรัสเซียกับยูเครน ซึ่งทั้งสองประเทศมีสัดส่วนการส่งออกธัญพืชรวมกัน คิดเป็น 30% ของโลก


ขณะที่สัญญาซื้อขายน้ำตาลล่วงหน้าในตลาดลอนดอนปรับตัวสูงขึ้น 1% มาอยู่ที่ 556.50 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 19,071.26 บาท) ต่อ 1 เมตริกตัน เมื่อวันพุธ สูงขึ้นมากกว่า 26% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว และปรับตัวเพิ่มขึ้นมาแล้วประมาณ 13% ตั้งแต่เดือน ม.ค. ปีนี้.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES