สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 28 พ.ค. ว่ากระทรวงการคลังของสหรัฐออกแถลงการณ์ ขึ้นบัญชีดำบริษัทเทรดดิ้งของสายการบินแอร์ โครยอ สายการบินแห่งชาติของเกาหลีเหนือ และสถาบันการเงินสองแห่งของรัสเซีย คือ ธนาคารฟาร์ อีสเทิร์น และ ธนาคารสปุตนิก จากการร่วมกันจัดซื้อ จัดหา และสร้างรายได้ให้กับหน่วยงานหลายแห่งของเกาหลีเหนือ ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการพัฒนา “อาวุธอานุภาพทำลายล้างสูง”
ขณะเดียวกัน รัฐบาลวอชิงตันยังขึ้นบัญชีดำนายจอง ยอง-นัม ตัวแทนของสถาบันระดับสูงด้านวิทยาศาสตร์ธรรมชาติเกาหลีเหนือประจำเบลารุส ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหน่วยงานหลายแห่งของรัฐบาลเปียงยาง ที่เกี่ยวข้องกับโครงการพัฒนาขีปนาวุธ
Today, Treasury is sanctioning supporters of the DPRK’s WMD and ballistic missile programs, as well as foreign financial institutions that have knowingly provided significant financial services to the DPRK government. https://t.co/x9Guu9MagF
— Under Secretary Brian Nelson (@UnderSecTFI) May 27, 2022
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของสหรัฐเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังจีนและรัสเซีย ซึ่งเป็น 2 ใน 5 สมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ใช้อำนาจวีโต้ หรือการออกเสียงคัดค้าน ร่างมติของสหรัฐ ซึ่งต้องการให้ยูเอ็นเอสซี ยกระดับมาตรการคว่ำบาตรต่อเกาหลีเหนือ งทดสอบขีปนาวุธแล้ว 17 ครั้ง นับตั้งแต่ต้นปีนี้
ทั้งนี้ ยูเอ็นเอสซียกระดับมาตรการคว่ำบาตรครั้งล่าสุดต่อเกาหลีเหนือ เมื่อปี 2560 ซึ่งเป็นปีที่รัฐบาลเปียงยางทดสอบนิวเคลียร์ครั้งที่ 6 และเป็นครั้งล่าสุด หลังจากนั้นจีนและรัสเซียร่วมกันเสนอให้มีการผ่อนคลายมาตรการกดดันทางเศรษฐกิจบางส่วนต่อเกาหลีเหนือ โดยให้เหตุผลทางมนุษยธรรม และทั้งสองประเทศใช้กลยุทธ์ทางการทูตเพื่อประวิงเวลา แล้วสามารถปัดตกร่างมติไปได้แล้วหลายครั้ง การลงมติครั้งนี้ จึงถือเป็นครั้งแรกในรอบนานกว่า 15 ปี ที่จีนและรัสเซียวีโต้ร่างมติคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ.
เครดิตภาพ : REUTERS



