สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงงานจากประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 30 พ.ค. ว่า จากข้อมูลของกระทรวงแรงงานสิงคโปร์ ประเทศจำเป็นต้องพึ่งพาแรงงานต่างชาติ แต่จำนวนแรงงานลดลง 235,700 คน ในช่วงระหว่างเดือน ธ.ค. 2562 และ ก.ย. 2564 ส่งผลให้มีการเร่ง “การนำเทคโนโลยีและเครื่องจักรมาใช้แทนแรงงานคน” ในหลายบริษัท

หอสมุดแห่งชาติสิงคโปร์เริ่มใช้หุ่นยนต์จัดชั้นหนังสือ 2 ตัว ซึ่งมันสามารถจัดหนังสือได้มากถึง 100,000 เล่ม หรือคิดเป็นสัดส่วนหนังสือในห้องสมุดประมาณ 30% ต่อวัน

หุ่นยนต์บาริสต้า “เอลลา” กำลังชงกาแฟตามรายการสั่งของลูกค้า

“พนักงานไม่จำเป็นต้องดูหมายเลขหนังสือทีละเล่มบนชั้นหนังสืออีกต่อไป และสิ่งนี้ช่วยลดความซ้ำซากและการใช้แรงงานมากได้” นางลี ยี ฟวง ผู้ช่วยผู้อำนวยการของคณะกรรมการบริหารหอสมุดแห่งชาติสิงคโปร์ กล่าว

นอกจากนี้ นายเคธ แทน หัวหน้าผู้บริหารของบริษัท คราวน์ ดิจิทัล ซึ่งสร้างหุ่นยนต์ชงกาแฟ กล่าวว่า หุ่นยนต์สามารถช่วยแก้ไข “ปัญหาที่ใหญ่ที่สุด” ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม นั่นคือการหาพนักงาน และมันยังสร้างตำแหน่งรายได้ดีเพื่อช่วยเหลือให้ภาคส่วนเป็นระบบอัตโนมัติได้

หุ่นยนต์สุนัขกำลังสำรวจพื้นที่ก่อสร้างแห่งหนึ่ง บนเกาะเซนโตซา

อย่างไรก็ตาม มีบางคนที่ลองรับบริการแล้วยังต้องการปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์อยู่ อย่างเช่น นายอาชิช คูมาร์ ซึ่งกล่าวในขณะที่จิบเครื่องดื่มที่หุ่นยนต์ชง ว่า “เราต้องการที่จะมีปฏิสัมพันธ์บางอย่างกับคนอยู่เสมอ”

เครดิตภาพ : REUTERS