เมื่อวันที่ 6 พ.ค. พ.ต.อ.สมบัติ ฉ่ำแสง รอง ผบก.(รับผิดชอบงานฝ่ายความมั่นคง และยาเสพติด) ภ.จว.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ในการทำงานป้องกันและปราบปรามการกระทำผิด กรณีบุคคลต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อประกอบกิจการหรือดำเนินกิจกรรมต่างๆ ตามคำสั่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ 8737/2568 เพื่อแก้ไขปัญหาชาวต่างชาติถือครองที่ดินและประกอบธุรกิจในพื้นที่เกาะสมุย และ เกาะพะงัน ซึ่งกองบังคับการตำรวจภูธร จ.สุราษฎร์ธานี มีอำนาจหน้าที่การสืบสวน จับกุม ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการทางกฎหมายกับผู้กระทำผิด โดยมีการแต่งตั้งคณะพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ

ปัจจุบันคณะพนักงานสอบสวน รับคดีการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวโดยใช้ตัวแทนอำพราง (นอมินี) ไว้สอบสวนในพื้นที่รับผิดชอบ สภ.เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า รวม 30 คดี ศาลมีคำพิพากษาลงโทษผู้ต้องหาแล้วจำนวน 4 คดี เป็นคดีที่เกี่ยวกับร้านอาหาร ร้านเช่ารถ เปิดทำวีซ่า มูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 10 ล้านบาท มี 2 คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล สรุปสำนวนรอส่งชั้นอัยการ จำนวน 10 คดี ส่วนอีก 14 คดี อยู่ระหว่างการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน โดยใน 14 คดีนี้ เป็นคดีที่มีมูลค่าความเสียหายสูง มากสุดถึง 1,000 ล้านบาท และเป็นคดีมีความสลับซับซ้อน มีพยานหลักฐานทางเอกสาร เส้นทางการเงินเป็นจำนวนมาก ทำให้การรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวนและสืบสวน เป็นไปอย่างล่าช้า

พ.ต.อ.สมบัติ กล่าวต่อว่า ล่าสุด คณะพนักงานสอบสวน ซึ่งนำโดย พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ ร่มไทร รอง ผกก.สภ.เกาะพะงัน หัวหน้าชุดขยายผลยาเสพติดและฟอกเงิน ภ.จว.สุราษฎร์ธานี และเป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนในคดีนอมินี ได้นำโปรแกรมเพิ่มประสิทธิภาพงานสืบสวนสอบสวน ที่พัฒนาโดยชุดขยายผล ชื่อ Systematic Police Network Investigator (Next-Gen Edition) หรือ SPNI-X ซึ่งเป็นโปรแกรมวิเคราะห์เครือข่าย และสกัดข้อมูลจากพยานหลักฐานทางโทรศัพท์ บัญชีธนาคาร รวมถึงการจัดเรียงเอกสาร จากข้อมูลดิบให้เป็นไทม์ไลน์ของคดี เข้ามาเป็นผู้ช่วยพนักงานสอบสวนและชุดสืบสวน หลังจากที่เราประสบความสำเร็จจากการพัฒนาโปรแกรมในการช่วยงานสืบสวนขยายผลเครือข่ายยาเสพติด

ซึ่งโปรแกรม SPNI-X สามารถวิเคราะห์และรวบรวมพยานหลักฐานขยายผลคดีค้ายาเสพติด ของกลางยาบ้า 3.4 แสนเม็ด ไอซ์ 950 กรัม ขอศาลออกหมายจับเครือข่ายได้ในคราวเดียวกัน จำนวน 53 หมาย จับกุมเครือข่ายได้ 15 ราย และฟอกเงิน 46 ราย อายัดเงิน 60 บัญชี จำนวน 100 ล้านบาท และที่ดิน 18 แปลง ซึ่งการทำงานของโปรแกรมช่วยร่นระยะเวลาในการรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการเสร็จสิ้นภายในระยะเวลาเพียง 1 เดือนเท่านั้น

ปัจจุบันกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ขยายผลและฝึกอบรมพนักงานสอบสวน สืบสวน ให้สามารถใช้โปรแกรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยขณะนี้เรามีข้าราชการตำรวจในสังกัดที่มีความเชี่ยวชาญในการใช้โปรแกรมมากกว่า 60 คน และเชื่อว่าการใช้ SPNI-X เข้ามาเป็นผู้ช่วยคณะพนักงานสอบสวนคดีนอมินี จะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน นำพยานหลักฐานขึ้นสู่ศาลให้พิจารณาลงโทษผู้กระทำผิดรวมถึงยึดทรัพย์ผู้เกี่ยวข้องในคดีได้อย่างรวดเร็ว