สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งของกัมพูชาเผยแพร่แถลงการณ์ เกี่ยวกับการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการลงคะแนนที่เกิดขึ้นทุก 5 ปี โดยประชาชนในเขตเทศบาลทั้ง 1,652 แห่ง ของ 25 จังหวัดในกัมพูชา ร่วมกันลงคะแนนเสียงเลือกสมาชิกสภาเทศบาลรวม 11,622 ที่นั่ง


ทั้งนี้ จากจำนวนผู้มีสิทธิลงคะแนนประมาณ 9.2 ล้านคนทั่วราชอาณาจักร มีผู้ออกมาหย่อนบัตรในการเลือกตั้งครั้งนี้ คิดเป็นสัดส่วน 77.91% ส่วนผลการนับคะแนนซึ่งนับไปเกือบครบ 100% ปรากฏว่า พรรคประชาชนกัมพูชา ( ซีพีพี ) ของสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ได้รับชัยชนะไปประมาณ 80% จาก 11,622 ที่นั่ง ขณะที่พรรคการเมืองน้องใหม่ในชื่อ พรรคแสงเทียน ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาเป็นสัดส่วนประมาณ 18%


แม้ชัยชนะของพรรคซีพีพีเป็นไปตามความคาดหมายของทุกฝ่าย แต่สัดส่วนที่นั่งซึ่งได้รับการเลือกตั้งครั้งนี้ น้อยลงเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งเมื่อปี 2560 ซึ่งในครั้งนั้นพรรคซีพีพีกวาดที่นั่งไปถล่มทลายมากถึง 95%

กลุ่มผู้สนับสนุนพรรคแสงเทียน รวมตัวในกรุงพนมเปญ ระหว่างแคมเปญหาเสียงเลือกตั้ง เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา


อนึ่ง พรรคแสงเทียนเรียกได้ว่า “เหล้าเก่าในขวดใหม่” เนื่องจากสมาชิกพรรคส่วนใหญ่ล้วนมาจากพรรคกู้ชาติกัมพูชา ( ซีเอ็นอาร์พี ) ซึ่งถูกยุบไปเมื่อเดือน พ.ย. 2560 ด้านนายสม รังสี แกนนำคนสำคัญของฝ่ายค้าน ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรคซีเอ็นอาร์พี กล่าวว่า ผลงานของพรรคแสงเทียนจากการเลือกตั้งครั้งนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จ หลังกัมพูชาต้องอยู่ภายใต้การปกครองของพรรคการเมืองเดียวมานานหลายปี


ขณะที่ผู้นำฝ่ายค้านคนปัจจุบันของกัมพูชา คือ นายเกิม สุขา กำลังต่อสู้ในชั้นศาล กับข้อกล่าวหา “เป็นกบฏซึ่งได้รับความสนับสนุนจากตะวันตก” ที่สมเด็จฮุน เซน เป็นโจทก์ฟ้องร้องเอง อย่างไรก็ตาม ผู้นำกัมพูชากล่าวเมื่อไม่นานมานี้ว่า หากนายเกิม สุขา ต้องการเดินทางไปเข้ารับการรักษาทางการแพทย์ และเยี่ยมสมาชิกในครอบครัว ตลอดจนญาติพี่น้องซึ่งอาศัยอยู่ในต่างประเทศ ความประสงค์ดังกล่าว “ไม่น่ามีอุปสรรค” แม้การตัดสินชี้ขาดขึ้นอยู่กับศาลก็ตาม.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES, REUTERS