สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ว่ากองทัพอากาศของสหรัฐและเกาหลีใต้จัดการซ้อมรบร่วมกัน ในเขตน่านฟ้าของเกาหลีใต้เหนือทะเลเหลือง เมื่อวันอังคาร โดยทั้งสองประเทศส่งอากาศยานเข้าร่วมการฝึกซ้อมรบรวมกันประมาณ 20 ลำ รวมถึงเครื่องบินขับไล่เอฟ-35


ความเคลื่อนไหวทางทหารดังกล่าวเกิดขึ้น หลังกองทัพสหรัฐและเกาหลีใต้ทดสอบระบบขีปนาวุธนำวิถีจากพื้นสู่พื้น จำนวน 8 ลูก ออกจากฐานยิงในจังหวัดคังว็อน ที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เพื่อตอบโต้การที่เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธนำวิถีพิสัยใกล้ 8 ลูก ลงทะเลตะวันออก เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 มิ.ย. ที่ผ่านมา


ขณะที่ประธานาธิบดียุน ซอก-ยอล ผู้นำเกาหลีใต้ กล่าวถึงโครงการพัฒนาขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ ว่ามาถึงระดับที่ “เป็นภัยคุกคาม” และเป็นอันตรายต่อสันติภาพทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก


ด้านสภาความมั่นคงแห่งชาติของเกาหลีใต้ออกแถลงการณ์ว่า การทดสอบขีปนาวุธของเกาหลีเหนือซึ่งเกิดขึ้นแล้ว 18 ครั้ง นับตั้งแต่ต้นปีนี้ และความถี่ของการทดสอบอยู่ที่เฉลี่ยทุก 9 วัน ว่าเป็น “การทดสอบและสร้างความท้าทาย” ต่อความพร้อมด้านความมั่นคงของรัฐบาลเกาหลีใต้ชุดปัจจุบัน

นางเวนดี เชอร์แมน แถลงร่วมกับนายนายโจ ฮยอน-ดอง ที่กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ ในกรุงโซล


ทั้งนี้ การซ้อมรบของกองทัพอากาศสหรัฐและเกาหลีใต้เกิดขึ้น ในวันเดียวกับที่นางเวนดี เชอร์แมน รมช.การต่างประเทศสหรัฐ เยือนกรุงโซล เพื่อพบหารือกับนายโจ ฮยอน-ดอง รมช.การต่างประเทศของเกาหลีใต้ ซึ่งเชอร์แมนกล่าวถึงแนวโน้มการทดสอบนิวเคลียร์ครั้งใหม่ของเกาหลีเหนือ ว่านอกจากละเมิดมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) แล้ว การตอบสนองของรัฐบาลวอชิงตันและพันธมิตรจะเป็นไปอย่าง “รวดเร็วและทรงพลัง”.

เครดิตภาพ : REUTERS