สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ว่า รมช.การต่างประเทศของสหรัฐ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ได้แก่ นางเวนดี เชอร์แมน นายโจ ฮยอน-ดอง และนายทาเคโอะ โมริ พบหารือกันที่กรุงโซล เมื่อวันพุธ เกี่ยวกับสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลี
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่การทูตหมายเลขสองของทั้งสามประเทศยังคงเห็นพ้องกัน เรียกร้องเกาหลีเหนือยึดมั่นและปฏิบัติตามมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) และยุติการดำเนินการทุกรูปแบบ ที่มีแต่จะยิ่งยกระดับความตึงเครียดในภูมิภาค ขณะเดียวกัน สหรัฐเน้นย้ำ “การตอบสนองอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ” ในกรณีที่รัฐบาลเปียงยางทดสอบนิวเคลียร์ครั้งใหม่ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงในปีนี้ จะเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 2560
▪ TRILATERAL TALKS ON N. KOREA
— Arirang News (@arirangtvnews) June 8, 2022
Seoul's 1st vice foreign minister, U.S. & Japanese counterparts call on N. Korea to cease military activities#Wendy_Sherman #ChoHyundong #TakeoMori
Arirang News ▶ https://t.co/mVDEod4jo0
News Center ▶ https://t.co/mZQ2efUH2x pic.twitter.com/12J7IbRJ3n
อย่างไรก็ตาม สหรัฐ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ยืนยันความพร้อมสำหรับการเจรจาอย่างสันติร่วมกับรัฐบาลเปียงยาง และเรียกร้องอีกฝ่ายเปิดรับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม เพื่อจัดการกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศด้วย

สำหรับการประชุมดังกล่าวซึ่งนับว่ามีความสำคัญในบริบทของการทูตระดับทวิภาคีด้วย เนื่องจากเป็นการเยือนกรุงโซลครั้งแรกในรอบเกือบ 5 ปี ของ รมช.การต่างประเทศญี่ปุ่น เกิดขึ้นหลังเกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธ 8 ลูก เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นการทดสอบขีปนาวุธครั้งที่ 18 ของรัฐบาลเปียงยางในปีนี้
ด้านทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (ไอเออีเอ) เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับ “ความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ” ของการที่เกาหลีเหนือขยับขยายพื้นที่ ภายในนิคมนิวเคลียร์ยองบยอน โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือน เม.ย. 2564
ขณะที่ย้อนกลับไปเมื่อกลางปีที่แล้ว ไอเออีเอเผยแพร่รายงานเกี่ยวกับ “การพบความเคลื่อนอย่างมีนัยสำคัญ” และต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เกิดขึ้นกับเตาปฏิกรณ์ขนาด 5 เมกะวัตต์ ภายในนิคมนิวเคลียร์ยองบยอน ซึ่งไอเออีเอเชื่อว่า สามารถผลิตพลูโตเนียมเกรดอาวุธได้ โดยนับเป็นความเคลื่อนไหวครั้งแรก ตั้งแต่ปี 2561 โดยหนึ่งในจุดสังเกตสำคัญคือการระบายน้ำหล่อเย็น.
เครดิตภาพ : REUTERS



