สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงโรม ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นับเป็นการยึดยาเสพติดครั้งใหญ่ที่สุดในยุโรป และเป็นจุดสิ้นสุดที่ส่งผลให้มีการออกหมายจับผู้กระทำผิด 38 คน ใน 6 ประเทศ ได้แก่ อิตาลี, สโลวีเนีย, โครเอเชีย, บัลแกเรีย, เนเธอร์แลนด์ และโคลอมเบีย

การสืบสวนดำเนินการมานานมากกว่า 1 ปี โดยมีผู้พิพากษาโคลอมเบีย และกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐเข้าร่วมด้วย ซึ่งนอกจากโคเคน ตำรวจยังสามารถยึดของกลางเป็นเงินสดได้อีก 1.85 ล้านยูโร (ประมาณ 68 ล้านบาท)

ส่วนหนึ่งของธนบัตรสกุลเงินยูโร ซึ่งเจ้าหน้าที่ของอิตาลียึดได้ ระหว่างการจับกุมและยึดยาเสพติดจากแก๊ง “แคลน เดล กอลโฟ” ของโคลอมเบีย

ด้านเจ้าหน้าที่โคลอมเบีย กล่าวเมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้วว่า พวกเขามุ่งเน้นไปที่การจัดการแก๊งแคลน เดล กอลโฟ ที่มีเครือข่ายขยายไปยัง 28 ประเทศรอบโลก หลังจากที่สามารถจับกุมหัวหน้ากลุ่ม นายดาริโอ แอนโทนิโอ อูซูกา หรือฉายา “โอโตนิเอล” ได้ในเดือน ต.ค. ของปีเดียวกัน

โคเคนส่วนหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ของอิตาลียึดได้ จากปฏิบัติการทลายแก๊ง “แคลน เดล กอลโฟ” ของโคลอมเบีย

ทั้งนี้ การดำเนินงานของตำรวจและทีมสืบสวนสามารถเปิดโปง “เครือข่ายที่หนาแน่น” ของความสัมพันธ์ระหว่างผู้ผลิตโคเคนชาวอเมริกาใต้ และผู้ซื้อชาวยุโรป ซึ่งเป็นคำตอบต่อองค์กรอาชญกรรมที่มีอยู่ทั่วอิตาลี รวมถึงในแคว้นกาลาเบรีย บ้านของกลุ่มมาเฟีย ดรังเกตา

พวกเขากล่าวว่า ตำรวจได้ติดตามการส่งยาเสพติดที่เกิดขึ้นติดกัน 19 ครั้ง ตั้งแต่เดือน พ.ค. ปีที่แล้ว จนทำให้พวกเขาสามารถระบุ “นายหน้าคนสำคัญ” ในระบบค้ายาเสพติดทั่วโลก และ “ผู้ส่งยาเสพติดจำนวนมาก” ได้.

เครดิตภาพ : REUTERS