วันนี้ (14 เม.ย.) สำนักข่าวในจีนเผยแพร่เรื่องราวเหลือเชื่อของชายหนุ่มวัย 32 ปีที่ไปพบแพทย์ด้วยอาการปวดท้อง แต่กลับตรวจเจอวัตถุแปลกปลอมในร่างกาย คาดว่าเป็นปรอทวัดไข้ที่เคยกลืนลงไปเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก
ผู้ป่วยรายนี้ซึ่งรายงานข่าวระบุเพียงชื่อสกุลว่า แซ่หวัง มาจากมณฑลเจ้อเจียง เขาไปพบแพทย์เพื่อรักษาอาการปวดท้องที่โรงพยาบาลในเครือมหาวิทยาลัยการแพทย์เวินโจว
หลังจากแพทย์สั่งให้ตรวจด้วยการเอกซเรย์เพื่อหาสาเหตุก็พบว่า ภายในลำไส้เล็กตอนต้นของเขามีวัตถุแปลกปลอมติดค้างอยู่ ซึ่งคาดว่าเป็นแท่งเทอร์โมมิเตอร์สำหรับวัดไข้ วัตถุดังกล่าวอยู่ในตำแหน่งที่ปลายแหลมกดทับผนังลำไส้ เสี่ยงต่อการกดทะลุผนังลำไส้และทำให้มีเลือดออกภายในอย่างรุนแรง
นายหวังสารภาพในภายหลังว่า เขาเผลอกลืนเครื่องวัดไข้เข้าไปโดยไม่ได้ตั้งใจตอนอายุ 12 ปี แต่ในเวลานั้นเขารู้สึกกลัวมากจนไม่กล้าบอกพ่อแม่ ประกอบกับพ่อแม่ของเขาก็ยุ่งอยู่กับการทำงานมาก และตัวเขาเองก็ไม่มีอาการผิดปกติใดๆ จึงปล่อยวางและลืมเหตุการณ์นั้นไปในที่สุด


อย่างไรก็ตาม ทีมศัลยแพทย์ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงในการผ่าตัดเนื่องจากวัตถุอยู่ใกล้กับท่อถุงน้ำดีและติดค้างมาเป็นเวลานาน แต่สุดท้ายก็สามารถนำออกมาได้สำเร็จภายในเวลาเพียง 20 นาที โดยพบว่าตัวปรอทวัดไข้ยังมีสภาพสมบูรณ์ แม้ขีดบอกอุณหภูมิจะจางหายไปตามกาลเวลา
กรณีของนายหวังได้รับความสนใจอย่างมากในโลกออนไลน์ โดยชาวเน็ตจำนวนมากต่างลงความเห็นว่า เขาโชคดีมากที่ตัวเครื่องวัดไข้ไม่แตกหัก ซึ่งจะทำให้สารปรอทรั่วไหลออกมาและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
นอกจากนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวยังคล้ายคลึงกับกรณีชายวัย 64 ปีในมณฑลอันฮุย ที่เคยพบแปรงสีฟันติดอยู่ในร่างกายยาวนานถึง 52 ปี หลังจากเผลอกลืนลงไปตอนอายุ 12 ปีและไม่กล้าบอกใครเช่นเดียวกันเพราะกลัวถูกดุ
ศูนย์ศัลยกรรมส่องกล้องของโรงพยาบาลได้ให้คำแนะนำว่า หากมีการกลืนวัตถุแปลกปลอมเข้าไป ควรหยุดรับประทานอาหารและน้ำทันที พร้อมทั้งจำกัดการกลืนและการพูดก่อนรีบไปพบแพทย์โดยด่วน ทั้งนี้ จากสถิติพบว่าในประเทศจีนมีผู้เข้ารับการรักษาจากการกลืนสิ่งแปลกปลอมมากกว่า 1 ล้านรายต่อปี โดยส่วนใหญ่เป็นเด็กและผู้สูงอายุ ซึ่งวัตถุที่พบมากที่สุด ได้แก่ ก้างปลา กระดูกไก่ ถ่านไฟฉายและฟันปลอม
ที่มา : scmp.com
เครดิตภาพ : Weibo



