จากกรณี ส.ต.ต.นำทัพ ภาควรรธนะ อายุ 33 ปี ตำรวจสังกัดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน ก่อเหตุใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงกลุ่มวินจักรยานยนต์รับจ้างบริเวณปากซอยประชาสงเคราะห์ 38 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย ก่อนเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน พร้อมอาวุธปืนของกลาง โดยให้การเบื้องต้นว่าถูกกลุ่มคู่กรณีรุมทำร้ายร่างกายก่อนเกิดเหตุ

ตกลงราคาไม่ได้! ตชด.คลั่งชักซิกซาวเออร์รัวยิงวินจักรยานยนต์ดินแดง ดับ 1 เจ็บ 2 ราย

ล่าสุด ทนายสายหยุด เพ็งบุญชู ทนายความชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าว ระบุว่า ด้วยความเคารพต่อผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และผู้สูญเสียอิสระภาพ

ผมก็เเป็นทนายอยู่ในสายคดีอาชญากรรม และเป็นคนที่ชอบศึกษาและสะสมอาวุธปืน ขอวิเคราะห์กรณีน้องตำรวจ ตชด.ที่ยิงพี่วินจักรยานยนต์ถึงแก่ความตายและได้รับบาดเจ็บ ผมขอแยกองค์ประกอบเป็นดังนี้ครับ หาก ตชด. จะอ้างป้องกัน ต้องพอสมควรแก่เหตุ มือเปล่าก็ต้องสู้กันด้วยมือเปล่า อาวุธก็ต้องสู้กันด้วยอาวุธ

กรณีนี้อย่างไรก็ตาม เป็นการป้องกันที่เกินสมควรกว่าเหตุแน่นอน!! เมื่อป้องกันเกินสมควรกว่าเหตุก็จะกลายเป็นฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา

ถ้าจะให้พอสมควรแก่เหตุ น้อง ตชด. น่าจะต้องยิงปืนขึ้นฟ้าหรือยิงขู่ไปก่อนสัก 1 นัด แต่กรณีนี้คู่กรณีวิ่งหนีแล้ว

ส่วนจะมีเหตุลดโทษหรือไม่อย่างไรอันนี้ผมไม่ก้าวล่วงดุลพินิจของศาล.