จากกรณีเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.น. ร่วมกันเร่งคลี่คลายคดีขบวนการลักลอบลำเลียงเฮโรอีนซุกซ่อนในกระเป๋าผ้าลายปักช้างไทยเดินทางส่งไปยังประเทศออสเตรเลีย พร้อมขยายผลติดตามทั้งขบวนการเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับพัสดุต้องสงสัยก่อนนำส่งให้พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน บริษัท การบินไทย จำกัด จนถูกทางการออสเตรเลียจับกุมตัวที่ท่าอากาศยานเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 69 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวบุคคลสำคัญในคดีได้แล้ว 3 ราย ตามที่ได้มีการรายงานข่าวไปอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น

ล่าสุดวันที่ 15 ก.ค. “ทีมข่าวอาชญากรรมเดลินิวส์” ได้รับการเปิดเผยจากคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 99/2569 ถึงความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนขยายผล กรณี เครือข่ายการค้ายาเสพติดรายสำคัญอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะการรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอาญารัชดาภิเษกออกหมายจับผู้ต้องหา ซึ่งเป็นชายชาวลาว จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย 1.นายสายัน หรือท้าวสายัน บัวระพา (ชาวลาว) 2.นางนัน บัวระพา (ชาวลาว) 3.นายอุ่น หรือท้าวอุ่น เนาวะราด (ชาวลาว) ในข้อหา สมคบกันโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดและได้มีการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เฮโรอีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนโดยทั่วไปและร่วมกันพยายามส่งยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เฮโรอีน) ออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป โดยทราบว่าทั้งหมดอยู่ระหว่างกบดานหลบหนีในประเทศลาว ล่าสุดได้รับการยืนยันแล้วว่า ทางการ สปป.ลาว สามารถช่วยติดตามจับกุมผู้ต้องหาให้ดีเอสไอ และ ป.ป.ส. ได้แล้ว 2 ราย คือ นายสายัน หรือท้าวสายัน บัวระพา (ชาวลาว) และนางนัน บัวระพา (ชาวลาว) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผลอยู่ที่ประเทศลาว ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือ คือ นายอุ่น หรือท้าวอุ่น เนาวะราด (ชาวลาว) สปป.ลาว อยู่ระหว่างเร่งติดตามจับกุมตัว

ด้าน น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และโฆษกสำนักงาน ป.ป.ส. ยืนยันว่า ทางการลาวสามารถช่วยติดตามจับกุมผู้ต้องหาชาวลาว 2 รายตามหมายจับศาลอาญารัชดาภิเษก ซึ่งดำเนินการขอโดยดีเอสไอได้จริง โดยเป็นความร่วมมือบูรณาการระหว่างไทยและลาวเป็นอย่างดี และถือเป็นความร่วมมือระดับทวิภาคี นอกจากนี้ เรายังมีเอกอัครราชทูตไทยที่ปรึกษาประจำเวียงจันทน์ ณ สปป.ลาว ที่มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ส่วนสาเหตุที่อาจจะไม่ได้มีการนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายส่งไทยดำเนินคดีนั้น เนื่องด้วยผู้ต้องหาทั้งสองรายนี้เป็นผู้ต้องหารายสำคัญ ทั้งยังมีคดีที่เกี่ยวกับยาเสพติดบิ๊กลอตที่เกิดขึ้นในประเทศลาวอีกด้วย ทางการไทยและลาวจึงมีความเห็นร่วมกันว่าจะต้องมีการขยายผลที่ สปป.ลาว เพื่อสืบสวนสอบสวนไปให้ถึงต้นตอขบวนการรายใหญ่เกี่ยวกับองค์กรอาชญากรรมค้ายาเสพติดข้ามชาติ ทั้งนี้ ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ในวันนี้ มีความเกี่ยวข้องกับยาเสพติดลอตเฮโรอีนที่เราได้มีการจับกุมก่อนหน้านี้ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะเป็นบริเวณซอยรางน้ำ หลักสี่ บางเขน และรามคำแหง เป็นต้น

ขณะที่ คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า จากการสืบสวนข้อมูลย้อนหลัง 2-3 ปี พบว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 รายนี้ คือ 1.นายสายัน หรือท้าวสายัน บัวระพา (ชาวลาว) 2.นางนัน บัวระพา (ชาวลาว) 3.นายอุ่น หรือท้าวอุ่น เนาวะราด (ชาวลาว) ซึ่งร่วมกับผู้ต้องหาสองสามีภรรยา คือ นายอุทิศ ชาวไทย และนางทัดสะพอน ชาวลาว มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดทั้งเฮโรอีนและยาบ้ามาโดยตลอด ทั้งยังมีแผนประทุษกรรมในลักษณะเดียวกันเกือบทุกลอตยาเสพติด โดยเฉพาะกรณีของนายสายันและนายอุ่น ที่มีหน้าที่สั่งการให้เครือข่ายนำเอายาเสพติดข้ามฝั่งมาส่งให้เครือข่ายในประเทศไทย โดยการรับ-ส่งจะเกิดขึ้นตรงจุดใต้ต้นมะเดื่อของฝั่งไทย ริมแม่น้ำโขง จ.เลย ซึ่งจะมีคนไทยมารอรับพัสดุที่ซุกซ่อนยาเสพติดเรียบร้อยแล้ว อาทิ มีการซุกซ่อนในผ้าไหม ซุกซ่อนในซับด้านในกระเป๋าผ้าลายปัก เป็นต้น จากนั้นเครือข่ายฝั่งไทย อย่างเช่นสองสามีภรรยา นายอุทิศ ชาวไทย และนางทัดสะพอน ชาวลาว ก็จะรีบเอาไปส่งบริษัทขนส่งตามสาขาในพื้นที่เพื่อให้พัสดุถึงผู้รับปลายทาง จึงทำให้พัสดุที่ซุกซ่อนยาเสพติดเหล่านี้ได้เข้าสู่กรุงเทพฯ ชั้นใน

อย่างไรก็ดี หลักฐานเส้นทางการเงินของสองสามีภรรยา นายอุทิศ และนางทัดสะพอน ค่อนข้างมัดตัวชัดเจน ว่ามีความเกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเฮโรอีนเข้าสู่ประเทศไทย แม้ในตอนแรกจะพยายามให้การภาคเสธ แต่ท้ายสุดก็ยอมรับสารภาพเพราะจำนนต่อหลักฐานของเจ้าหน้าที่ ว่าทั้งคู่รับการติดต่อนำยาเสพติดเฮโรอีนจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่ประเทศไทยด้วยการคุยกับผู้ต้องหาทั้ง 4 รายตามหมายจับจริง ประกอบด้วย 1.นายแคล้ว โบราณ (ชาวไทย) ซึ่งมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับนางทัดสะพอน ภรรยาของนายอุทิศ ชาวจังหวัดเลย ปัจจุบันนายแคล้ว, นายอุทิศ, นางทัดสะพอน ทั้งหมดถูกจับกุมตัวที่จังหวัดเลยเรียบร้อยแล้ว 2.นายสายัน หรือท้าวสายัน บัวระพา (ชาวลาว) 3.นางนัน บัวระพา (ชาวลาว) และ 4.นายอุ่น หรือท้าวอุ่น เนาวะราด ชาวลาว โดยเป็นการพูดคุยผ่านทางเฟซบุ๊กและไลน์.