สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกีโต ประเทศเอกวาดอร์ เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ว่า ประธานาธิบดีกีแยร์โม ลาสโซ ผู้นำเอกวาดอร์ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นระยะเวลา 30 วัน ครอบคลุม 3 จังหวัด ได้แก่ อิมบาบูรา โกโตปาซี และปิชินชา ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของกรุงกีโต ที่ต้องอยู่ภายใต้คำสั่งเคอร์ฟิว ระหว่างเวลา 22.00-05.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น เริ่มตั้งแต่แต่วันเสาร์ที่ผ่านมา และทุกจังหวัดที่อยู่ในรายชื่อ ห้ามจัดการรวมกลุ่มทุกรูปแบบ

กลุ่มชาติพันธุ์รวมตัวในกรุงกีโต เพื่อประท้วงต่อต้านนโยบายเศรษฐกิจและสังคม ของรัฐบาลเอกวาดอร์


ทั้งนี้ ผู้นำเอกวาดอร์ไม่ได้ประกาศอย่างชัดเจนว่า คำสั่งสถานการณ์ฉุกเฉินจะมีผลบังคับใช้ถึงเมื่อใด อย่างไรก็ตาม ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มชาติพันธุ์ในเอกวาดอร์รวมตัวประท้วงอย่างหนัก ตามเมืองใหญ่หลายแห่งทั่วประเทศ โดยผู้ประท้วงคัดค้านนโยบายเศรษฐกิจและสังคมชุดใหม่ของรัฐบาล ซึ่งมีการปรับขึ้นราคาเชื้อเพลิงและก๊าซหุงต้ม การอนุมัติใบอนญาตทำเหมืองและสำรวจน้ำมันเพิ่มเติม และการไม่ผ่อนผันระยะเวลาชำระสินเชื่อให้แก่เกษตรกร

ตำรวจควบคุมฝูงชนยิงแก๊สน้ำตา สลายการชุมนุมของกลุ่มชาติพันธุ์ ในกรุงกีโต


แม้ ลาสโซ ยืนยันว่า รัฐบาลเตรียมอุดหนุนราคาปุ๋ย ในอัตราสูงสุด 50% เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยและขนาดกลาง สถาบันการเงินพร้อมคุ้มครองการชำระหนี้เกินเวลา เป็นวงเงินสูงสุด 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 105,696 บาท ) และไม่มีการปรับขึ้นราคาเชื้อเพลิงอีก

Al Jazeera English

อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ประท้วงชาติพันธุ์ซึ่งได้รับความสนับสนุนจากบรรดานักศึกษา ยืนยันจะยังคงชุมนุมต่อไป เนื่องจากยังไม่มีหลักประกันอย่างเป็นทางการ ว่ารัฐบาลจะดำเนินการตามนั้นจริง.

เครดิตภาพ : REUTERS