เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 69 ดร.ชาญวิชย์ อริยาวรนันต์ รักษาการผู้อำนวยการ สำนักวิจัย ซูเปอร์โพล เสนอผลสำรวจเรื่อง สำรวจความเชื่อมั่นของประชาชน ต่อ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) รวมจำนวนตัวอย่างในการวิเคราะห์ทางสถิติทั้งสิ้น 1,259 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 22–25 เมษายน พ.ศ.2569 ที่ผ่านมา โดยใช้วิธีสัมภาษณ์และออนไลน์ และมีค่าความคลาดเคลื่อนประมาณ ±5% ที่ระดับความเชื่อมั่น 95%

ผลการสำรวจของ ซูเปอร์โพล ครั้งนี้เรื่อง ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน สะท้อนให้เห็นถึงพลวัตสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่าง “ผลงานเชิงนโยบาย” กับ “การรับรู้ของสาธารณะ” ในบริบทของปัญหาพลังงานซึ่งเป็นประเด็นเชิงโครงสร้างที่มีผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในวงกว้าง การศึกษาครั้งนี้ซึ่งดำเนินการทั้งในมิติการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพกับกลุ่มตัวอย่าง 1,259 คนทั่วประเทศ ชี้ให้เห็นแนวโน้มที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดทิศทางนโยบายสาธารณะในระยะต่อไป

ในมิติของ “ความคาดหวัง” ประชาชนส่วนใหญ่แสดงความต้องการอย่างชัดเจนต่อการแก้ไขปัญหาพลังงานในระดับโครงสร้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดราคาพลังงานอย่างต่อเนื่องซึ่งมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 89.6 สะท้อนให้เห็นว่าพลังงานมิได้เป็นเพียงสินค้าเชิงเศรษฐกิจ หากแต่เป็น “ต้นทุนชีวิต” ที่ประชาชนรับรู้และประเมินผลการทำงานของรัฐโดยตรง นอกจากนี้ การเรียกร้องให้มีการเปิดเผยโครงสร้างราคาพลังงานอย่างโปร่งใสในระดับร้อยละ 84.3 ตอกย้ำถึงความต้องการด้านความโปร่งใสและความเป็นธรรมในระบบพลังงาน ขณะที่การควบคุมกำไรของธุรกิจพลังงานและการปฏิรูปทั้งระบบได้รับการสนับสนุนในระดับสูงเช่นกัน แสดงให้เห็นว่าประชาชนมิได้ต้องการเพียงการแก้ไขเฉพาะหน้า แต่ต้องการการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบอย่างแท้จริง

เมื่อพิจารณาในมิติของ “ความเชื่อมั่น” พบว่าประชาชนมีความเชื่อมั่นในระดับมากถึงมากที่สุดต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานอยู่ที่ร้อยละ 67.9 และมีความเชื่อมั่นในระดับปานกลางอีกร้อยละ 21.4 ซึ่งหมายความว่ากว่า 4 ใน 5 ของประชาชนมีระดับความเชื่อมั่นตั้งแต่ปานกลางขึ้นไป ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึง “ฐานความเชื่อมั่นเชิงบวก” ที่กำลังก่อตัวขึ้นในสังคม อย่างไรก็ตาม การที่ยังมีประชาชนร้อยละ 10.7 ที่มีความเชื่อมั่นต่ำหรือไม่เชื่อมั่น แสดงให้เห็นถึงพื้นที่ของความไม่แน่ใจที่ยังคงต้องได้รับการตอบสนองผ่านผลงานเชิงประจักษ์และการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ในด้าน “การรับรู้ความน่าเชื่อถือ” ผลการสำรวจชี้ให้เห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่รับรู้ภาพลักษณ์ของรัฐมนตรีในเชิงบวก โดยเฉพาะในมิติของความจริงจังในการทำงาน (ร้อยละ 77.1) และความตั้งใจแก้ไขปัญหาของชาติและประชาชน (ร้อยละ 74.2) ซึ่งถือเป็นคุณลักษณะเชิงคุณธรรม (moral leadership) ที่มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างความไว้วางใจในระยะยาว ขณะเดียวกัน การที่ประชาชนรับรู้ถึงความสามารถในการสื่อสารและการเข้าถึงในระดับร้อยละ 67.3 สะท้อนให้เห็นว่าการสื่อสารนโยบายเริ่มมีประสิทธิผลในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม การที่ยังมีประชาชนร้อยละ 22.1 ที่ “ยังไม่แน่ใจ” แสดงให้เห็นถึงช่องว่างด้านการรับรู้ที่ยังสามารถพัฒนาได้อีก

สำหรับ “การรับรู้ต่อการทำงาน” พบว่าประชาชนมีการรับรู้ต่อมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการลดราคาน้ำมันในระดับสูง (ร้อยละ 73.8) และการลงพื้นที่เข้าถึงปัญหาด้วยตนเอง (ร้อยละ 70.5) ซึ่งสะท้อนถึงการรับรู้ในมิติของ “ภาวะผู้นำเชิงปฏิบัติ” (practical leadership) ที่เน้นการลงมือทำและการเผชิญปัญหาโดยตรง นอกจากนี้ การลดภาระค่าไฟฟ้า การแก้ไขโครงสร้างพลังงาน และการทำงานที่โปร่งใสตรวจสอบได้ ล้วนได้รับการรับรู้ในระดับที่สูงเกินกว่าร้อยละ 60 ทั้งสิ้น แสดงให้เห็นว่าการดำเนินงานในมิติต่าง ๆ เริ่มถูกแปลงเป็น “การรับรู้เชิงรูปธรรม” ในสายตาของประชาชนแล้ว

อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์เชิงสังเคราะห์ชี้ให้เห็นว่า แม้ระดับความเชื่อมั่นและการรับรู้จะอยู่ในระดับสูง แต่ระดับ “ความคาดหวัง” ของประชาชนกลับสูงยิ่งกว่า ซึ่งสะท้อนปรากฏการณ์ที่สำคัญในทางสังคมศาสตร์ที่เรียกว่า “ช่องว่างระหว่างความคาดหวังกับผลลัพธ์ (Expectation–Performance Gap)” กล่าวคือ ประชาชนเริ่มเชื่อมั่นในทิศทางของการแก้ปัญหา แต่ยังคงต้องการเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและจับต้องได้มากยิ่งขึ้นในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในประเด็นค่าพลังงานซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพ

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย

จากผลการศึกษา สามารถสังเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบายได้ว่า การบริหารจัดการด้านพลังงานในระยะต่อไปควรมุ่งเน้นการ “แปลงความเชื่อมั่นให้เป็นผลลัพธ์” โดยให้ความสำคัญกับการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับการสร้างความโปร่งใสในโครงสร้างราคา ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความไว้วางใจของประชาชนในระยะยาว นอกจากนี้ การเร่งปฏิรูปโครงสร้างพลังงานทั้งระบบให้มีความเป็นธรรมและยั่งยืน จะเป็นปัจจัยสำคัญในการตอบสนองความคาดหวังของประชาชนที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ

ในมิติของการสื่อสารภาครัฐ ควรมีการพัฒนา “การสื่อสารเชิงผลลัพธ์” (Outcome-based Communication) ที่ทำให้ประชาชนสามารถเชื่อมโยงนโยบายกับผลที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวันได้อย่างชัดเจน เพื่อลดช่องว่างของกลุ่มที่ยังไม่มั่นใจ และขยายฐานความเชื่อมั่นให้กว้างขึ้น

กล่าวโดยสรุป ผลการสำรวจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ประชาชนส่วนใหญ่เริ่มมีความเชื่อมั่นต่อการทำงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในระดับที่น่าพึงพอใจ และรับรู้ถึงความตั้งใจและการดำเนินงานเชิงรุกอย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นดังกล่าวมาพร้อมกับความคาดหวังในระดับสูง ซึ่งเป็นทั้ง “โอกาส” และ “ความท้าทาย” ของการกำหนดนโยบายพลังงานในระยะต่อไป กล่าวคือ หากสามารถเปลี่ยนความเชื่อมั่นนี้ให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่ประชาชนรับรู้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ย่อมจะนำไปสู่การยกระดับความไว้วางใจและเสถียรภาพเชิงนโยบายของรัฐในระยะยาวอย่างยั่งยืน

ขณะที่ ดร.ธนเสฏฐ์ อัคคัญญ์ภูดิส หัวหน้าสำนักวิจัยประจำสำนักวิจัยสยามเทคโนโพล วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง ความพึงพอใจต่อ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีพลังงานและความต้องการพลังงานทางเลือกของประชาชน ทำโครงการนี้ระหว่างวันที่ 24–25 เมษายน พ.ศ. 2569 จำนวนผู้ตอบแบบสอบถามทั้งสิ้น 1,089 หน่วยตัวอย่าง

1. ความต้องการผลิตไฟฟ้าใช้เองจากแสงอาทิตย์บนหลังคา

  • ร้อยละ 61.4 ต้องการ เพราะ ลดค่าไฟระยะยาว พึ่งพาตนเอง ช่วยสิ่งแวดล้อม รองรับวิกฤติพลังงาน
  • ร้อยละ 22.0 ไม่ต้องการ เพราะ ต้นทุนสูง เข้าถึงเงินทุนยาก สภาพบ้านไม่เอื้อ กฎระเบียบยุ่งยาก
  • ร้อยละ 16.6 ไม่แน่ใจ

2. ความคาดหวังต่อกระทรวงพลังงาน

  • ร้อยละ 81.2 ลดค่าไฟ–ค่าน้ำมัน
  • ร้อยละ 75.4 จัดการกักตุน โปร่งใส ตรวจสอบได้
  • ร้อยละ 73.8 ช่วยประชาชนเข้าถึงแหล่งทุน
  • ร้อยละ 70.9 ควบคุมธุรกิจพลังงานให้เป็นธรรม
  • ร้อยละ 68.4 ส่งเสริมพลังงานทางเลือก/พลังงานสะอาด
  • ร้อยละ 50.7 สื่อสารเข้าใจง่าย เข้าถึงประชาชน
  • ร้อยละ 13.9 อื่น ๆ เช่น ความมั่นคงพลังงาน ปฏิรูปพลังงาน

3. ประชาชน “พอใจอะไร” ต่อ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีพลังงาน

  • ร้อยละ 65.1 ลดค่าไฟ–ค่าน้ำมัน
  • ร้อยละ 61.2 ลุยงาน กล้าคิด กล้าทำ ทำงานเร็ว ขาลุย มีผลงาน “ทีมสุดซอย”
  • ร้อยละ 57.4 จริงใจ จริงจัง
  • ร้อยละ 54.5 พูดเข้าใจง่าย
  • ร้อยละ 51.6 ภาพลักษณ์คนรุ่นใหม่

4. ความพึงพอใจโดยรวมต่อ ภาพลักษณ์ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

  • ร้อยละ 62.5 พอใจ
  • ร้อยละ 23.7 ยังไม่พอใจ
  • ร้อยละ 13.8 ไม่มีความเห็น

5. ความพึงพอใจโดยรวมต่อ รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

ร้อยละ 15.6 พอใจ อื่น ๆ เช่น ใกล้ชิดประชาชน ลงมือทำจริง ทำงานเป็นทีม

ร้อยละ 65.3 ระบุพอใจ ช่วยลดค่าไฟ ค่าน้ำมัน และค่าครองชีพ

ร้อยละ 61.8 พอใจนโยบายต่างประเทศ (ตะวันออกกลาง)

ร้อยละ 60.9 พอใจ มีทีมงานดี

ร้อยละ 57.8 พอใจ ทำงานเร็ว ตัดสินใจเร็ว

ร้อยละ 55.4 พอใจ เรียบง่าย ลงพื้นที่ ดูแลประชาชน