สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ว่าบริษัทบาวาเรียน นอร์ดิก ผู้พัฒนาด้านเทคโนโลยีชีวภาพสัญชาติเดนมาร์ก ซึ่งตอนนี้ถือเป็นผู้ผลิตวัคซีน “รุ่นล่าสุด” สำหรับโรคฝีดาษ หรือไข้ทรพิษ ที่องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ประเมินประสิทธิภาพต่อโรคฝีดาษลิงไว้ที่ 85% รายงานการได้รับรายการสั่งซื้อวัคซีนจากนานาประเทศ จนสามารถเพิ่มคาดการณ์รายได้ปีนี้อีกสองเท่า เป็นประมาณ 2,000 ล้านโครนเดนมาร์ก (ราว 9,946.99 ล้านบาท)
ทั้งนี้ รัฐบาลวอชิงตันซึ่งร่วมลงทุนในการพัฒนาวัคซีนของบาวาเรียน นอร์ดิก และคณะกรรมการอาหารและยา (เอฟดีเอ) อนุมัติให้เป็นวัคซีนแบบเดียวเพื่อป้องกันโรคฝีดาษลิงในสหรัฐ สั่งซื้อวัคซีนเพิ่มอีก 500,000 โด๊ส จากเดิมที่มีสำรองไว้แล้ว 1.5 ล้านโด๊ส ถือเป็นประเทศผู้สั่งซื้อวัคซีนรายใหญ่ที่สุดของบาวาเรียน นอร์ดิก ณ เวลานี้
Shares in the Danish biotech, which makes the only monkeypox vaccine approved by the US Food and Drug Administration, have gained 69% since hitting a low in early May https://t.co/SGykfZrbeX
— Business Standard (@bsindia) June 17, 2022
ขณะที่สหภาพยุโรป (อียู) ลงนามสั่งซื้อวัคซีนอย่างน้อย 110,00 โด๊ส จากบาวาเรียน นอร์ดิก เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และคาดว่าจะได้รับวัคซีนภายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
อนึ่ง ดับเบิลยูเอชโอตัดสินใจยกเลิก การกำหนดภูมิภาคระบาดประจำถิ่นของโรคฝีดาษลิง เนื่องจากมีผู้ติดเชื้อเพิ่มต่อเนื่องในปีนี้ โดยเฉพาะในทวีปยุโรป ซึ่งทำสถิติแซงหน้าทวีปแอฟริกาไปแล้ว และเตรียมประชุมในวันที่ 23 มิ.ย. นี้ เพื่อตั้งชื่อใหม่ให้กับโรคฝีดาษลิง และการพิจารณาว่า จะประกาศให้โรคนี้เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศหรือไม่ โดยดับเบิลยูเอชโอถือว่า ประเทศใดก็ตามที่พบผู้ติดเชื้อฝีดาษลิง แม้เพียง 1 คน “ถือเป็นการแพร่ระบาด”.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



