วันนี้( 20 มิ.ย.) ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยในงานเสวนา “ไขข้อข้องใจ พีดีพีเอ ในทุกมิติ” จัดโดย ชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ (ITPC) สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ว่า พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือ พีดีพีเอ หลังจากบังคับใช้มาประมาณ 20 วัน ช่วยให้การโทรฯมาขายสินค้าและบริการต่างๆ ของบริษัท โดยที่ประชาชนไม่ยินยอม ลดลงถึง 90% เนื่องจากการกระทำในลักษณะดังกล่าวถือว่าผิดพีดีพีเอ
นอกจากนี้ กระทรวงดีอีเอส โดย สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) จะเร่งออก ก.ม.ลูก จำนวน 8 ฉบับ โดยหนึ่งก.ม.ลูก จะมีเนื้อหาที่ผ่อนปรนให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และ วิสาหกิจชุมชน ตามเกณฑ์นิยามเอสเอ็มอี ของกระทรวงอุตสาหกรรมกำหนด คือ มีพนักงานไม่เกิน 50 คน รายได้ไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อปี โดยไม่ต้อง จัดทำรายการบันทึกข้อมูลเพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ผู้ประกอบการในการต้องลงทุนระบบไอทีต่างๆ โดยการผ่อนผันยัง ไม่มีระยะเวลากำหนด จะดูความพร้อมอีกครั้ง
อย่างไรก็ตามผู้ที่ได้รับการผ่อนผันแต่ก็ยังต้องรักษาข้อมูล ส่วนบุคคลของลูกค้าไม่ให้รั่วไหล และได้ตามมาตรฐานที่กำหนด สำหรับเมื่อเกิดกรณีหน่วยงานต่างๆ เกิดข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล เกิดการร้องเรียน ทาง สคส. จะเรียกหน่วยงานมาสอบถามว่าเก็บข้อมูลเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ จะเน้นการไกล่เกลี่ย มากกว่าการลงโทษ

นายชัยวุฒิ ยังกล่าวต่อว่า ก.ม.นี้มุ่งเน้นให้เกิดประโยชน์ต่อประชนชน และ องค์กรต่างๆมีภาระในการปฏิบัติตามกฎหมายน้อยที่สุด การเริ่มบังคับใช้ในช่วงแรกจึงเน้นให้ความรู้และตักเตือน ประชาชน ยังสามารถดำเนินชีวิตและทำกิจกรรมได้ปกติ ซึ่ง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลฯ ได้กำหนดข้อยกเว้น ในมาตรา 4 ไม่บังคับใช้ ข้อมูลที่โพสต์หรือแชร์ เป็นเรื่องส่วนตัว เรื่องในครอบครัว ไม่ใช่เรื่องการค้า หรือการไปหาประโยชน์ใดๆ สามารถทำได้ หากไม่ได้ทำให้ผู้อื่นเสียหาย
ด้านนายเธียรชัย ณ นคร ประธานกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กล่าวว่า สคส.จะออก ก.ม.ลูกจำนวน 8 ฉบับภายในสิ้นเดือน มิ.ย.นี้ ส่วน ก.ม.ทั้งหมด 30 ฉบับจะต้องเสร็จออกบังคับใช้ภายในสิ้นปีนี้ เพื่อให้กระบวนการต่างๆ สามารถเเดินได้ตาม ก.ม. สำหรับภาครวมการบังคับใช้ ก.ม. ประมาณ 20 วันที่ผ่านมา มีประชาชนร้องเรียนเข้ามาประมาณ 7-8 ราย ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหญ่ สำหรับการรับรู้และเข้าใจของประชาชนต่อ ก.ม. ต้องยอมรับว่าอาจไม่ถึง 50% แต่ทาง สคส.ก็พยายามประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ประชาชนเข้าใจมากยิ่งขึ้น.



