นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งผลงานการศึกษาวิจัยของนักศึกษา สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (มทร.พระนคร) ที่ต้องยกนิ้วให้ เมื่อทีมนักศึกษาประกอบด้วย “สุภาพร น้อยลา”, “สุธนัย ลีลาอุดม”, “อนัญพร ลอมาเล๊ะ”, “รุ่งนภา งานเฉลียว” และ “อรทัย ศรีจำรัส” ได้ร่วมกันศึกษาวิจัยผลิตภัณฑ์ แผ่นกรองชั้นในของเครื่องฟอกอากาศ จากเส้นใยใบไผ่และใยใบอ้อย ที่มีประสิทธิภาพกำจัดฝุ่น PM 2.5 และย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ

สุภาพร น้อยลา

“สุภาพร น้อยลา” เป็นตัวแทนทีมวิจัย เล่าว่า ทีมงานวิจัยได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ตัวกรองในเครื่องฟอกอากาศ ด้วยการนำเส้นใยกระดาษมาจากเส้นใยใบพืช ได้แก่ ใบไผ่และใบอ้อย ที่เป็นการนำวัสดุทางการเกษตรที่เหลือทิ้งมาเพิ่มมูลค่า โดยได้ศึกษาคุณสมบัติของกระดาษกรองที่ทำจากเส้นใยใบอ้อยและใบไผ่ในการกรองฝุ่น PM 2.5 จากนั้นสกัดเส้นใยขึ้นรูปแล้วประกอบเป็นแผ่นกรองกระดาษ และศึกษาประสิทธิภาพของแผ่นกรองอากาศจากเส้นใยใบอ้อยและใบไผ่ เคลือบในการยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ ศึกษาประสิทธิภาพการย่อยสลายของแผ่นกรองอากาศจากเส้นใยใบอ้อยและใบไผ่ เพื่อบ่งบอกความสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ เปรียบเทียบกับวัสดุตัวกรอง HEPA Filter ที่ผลิตมาจากเส้นใยไฟเบอร์กลาส ตามท้องตลาด ผลการศึกษาทดลองชี้ให้เห็นว่า กระดาษจากเส้นใยใบอ้อยและเส้นใยใบไผ่อย่างหยาบขนาดมากกว่า 1-5 มิลลิเมตร มีประสิทธิภาพในการดักจับฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5-PM 10 นอกจากนี้พบว่ากระดาษกรองดังกล่าวสามารถทำหน้าที่กรองฝุ่น PM 2.5 ได้อย่างน้อยร้อยละ 50 เมื่อเปิดเครื่องฟอกอากาศเป็นเวลานาน 36 ชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง ส่วนความสามารถในการย่อยสลายของแผ่นกรองอากาศจากเส้นใยใบไผ่และใบอ้อย ในการทดสอบดูความสามารถด้วยวิธีการรดน้ำลงบนดินในบริเวณที่มีแผ่นกรองอากาศฝังอยู่ สามารถย่อยสลายได้ภายใน 3 วัน และย่อยสลายหมดภายใน 12 วัน และไม่ก่อให้เกิดสารพิษต่อผู้ใช้

ขั้นตอนการทำแผ่นกรองอากาศจากเส้นใยใบไผ่และใบอ้อย
สุธนัย ลีลาอุดม

ขณะที่ “สุธนัย ลีลาอุดม” บอกว่า การพัฒนากระดาษจากเส้นใยใบพืช อาศัยหลักการทำกระดาษทั่วไปและปรับปรุงเพื่อให้สามารถนำไปใช้งานได้เฉพาะทาง โดยขั้นตอนการทดลองเริ่มจาก ทำการเตรียมตัวอย่างใบไผ่ และใบอ้อย แล้วนำไปต้ม 1 กิโลกรัมต่อน้ำ 10 ลิตร ผสมโซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) เป็นระยะเวลา 3 ชั่วโมง จากนั้นกรองและล้างเส้นใยด้วยน้ำสะอาด และผสมรวมกับกาวแป้งเปียก และช้อนเยื่อในน้ำ เกลี่ยเยื่อเส้นใยใบไผ่ให้มีความสม่ำเสมอแล้วผึ่งแดดให้แห้ง จึงลอกแผ่นกรองออกจากตะแกรงช้อนเยื่อ และทำการวัดและตัดแผ่นกระดาษกรอง ขนาด 25×30 เซนติเมตร ทำการพับแผ่นกระดาษกรองสลับด้านไปมาจนสุดแผ่น แล้วนำแต่ละแผ่นมาต่อกันจนได้ขนาดกรอบของช่องในเครื่องฟอกอากาศ ติดเทปกาวระหว่างแผ่นก่อนการนำไปวางในเครื่องฟอกอากาศ

ทีมนักศึกษากลุ่มนี้ยอมรับว่า แม้อายุการใช้งานของแผ่นกรองกระดาษจากเส้นใยใบไผ่ และเส้นใยใบอ้อยจะน้อยกว่าแผ่นกรองไฟเบอร์กลาส HEPA ของเครื่องฟอกอากาศทั่วไป แต่ก็จะเป็นอีกทางเลือกที่ดีซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แถมยังแอบกระซิบมาด้วยว่า กำลังพัฒนาการเคลือบแผ่นกระดาษของแผ่นกรองอากาศ ด้วยสารสกัดจากกระชายขาว ที่มีประสิทธิภาพยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรค รวมถึงละอองฝอยที่มีเชื้อจุลินทรีย์ เพื่อช่วยป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19 ด้วย