สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ให้การต้อนรับและพบหารือกับประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก ผู้นำเบลารุส ที่เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
ผู้นำทั้งสองประเทศแสดงความวิตกกังวลร่วมกัน เกี่ยวกับการขับเคลื่อนนโยบายในระยะหลังของโปแลนด์และลิทัวเนีย ซึ่ง “ก้าวร้าว” “ท้าทาย” และ “น่ารังเกียจ” โดยลูคาเชนโกเรียกร้อง “มาตรการตอบสนองให้สอดคล้องกัน” กับการที่องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ ( นาโต ) ซึ่งมีสหรัฐเป็นหัวเรือใหญ่ ยังคงเคลื่อนไหวทางทหารประชิดพรมแดนของเบลารุสอยู่เป็นระยะ
ขณะที่ ปูติน กล่าวว่า “ยังไม่จำเป็นต้องดำเนินการถึงขั้นนั้น” อย่างไรก็ตาม “หากถึงคราวจำเป็น” รัสเซียพร้อมช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทางเทคนิค ให้กับเครื่องบินขับไล่ “ซู-25” ของกองทัพเบลารุส และการติดตั้งระบบขีปนาวุธ “อิสกันเดอร์-เอ็ม” ให้กับเบลารุส เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการรับมือกับ “การคุกคาม” ของตะวันตก แทนระบบขีปนาวุธ “สกั๊ด” ที่เป็นเทคโนโลยีตั้งแต่ยุคสหภาพโซเวียต
The top line from today's talks with Lukashenko in St Petersburg is that Putin has decided to deploy nuclear-capable Iskander missile systems to Belarus "in the coming few months" pic.twitter.com/Zfm8n8gqew
— Francis Scarr (@francis_scarr) June 25, 2022
ทั้งนี้ นาโตมีรหัสเฉพาะของตัวเองสำหรับระบบอิสกันเดอร์-เอ็ม ว่า “เอสเอส-26 สโตน” มีพิสัยทำการเป็นระยะทางสูงสุด 500 กิโลเมตร และสามารถติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ได้ด้วย
นับตั้งแต่สงครามในยูเครนปะทุเมื่อปลายเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา การเคลื่อนไหวของเบลารุสเป็นท่าทีซึ่งหลายฝ่ายจับตามากที่สุด เนื่องจากเป็นประเทศอดีตสมาชิกสหภาพโซเวียตซึ่งใกล้ชิดกับรัสเซีย และมีพรมแดนทางตอนใต้ติดกับภาคเหนือของยูเครน
อนึ่ง ผู้นำเบลารุสเคยวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาว่า สงครามชสงบได้เร็วกว่านี้ หากสหรัฐ “มีจุดยืนที่จริงใจต่อสันติภาพ” แต่ดูเหมือนว่า ตอนนี้รัฐบาลวอชิงตัน “ยังไม่ต้องการไปถึงจุดนั้น” เนื่องจากการสู้รบระหว่างรัสเซียกับยูเครน “กำลังเอื้อประโยชน์ให้แก่สหรัฐ”.
เครดิตภาพ : REUTERS



