สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 4 พ.ค. ว่ากระทรวงพาณิชย์จีนออกคำสั่ง ห้ามมิให้บริษัททุกแห่งในประเทศปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ ซึ่งบังคับใช้กับโรงกลั่นน้ำมัน 5 แห่งของจีน ได้แก่ “เหิงลี่ ปิโตรเคมิคอล” ซึ่งเพิ่งถูกคว่ำบาตร และโรงกลั่นอีก 4 แห่งที่ถูกคว่ำบาตรเมื่อปีที่แล้ว ได้แก่ “ซานตง จินเฉิง ปิโตรเคมิคอล” “เหอเป่ย์ ซินไห่ เคมิคอล” “โซ่วกวง ลู่ชิง ปิโตรเคมิคอล” และ “ซานตง เซิ่งซิง เคมิคอล”
กระทรวงพาณิขย์จีนยืนยันว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งอนุญาตให้รัฐบาลปักกิ่งตอบโต้หน่วยงานหรือองค์กรแห่งใดก็ตาม จากการบังคับใช้กฎหมายคว่ำบาตรที่จีนถือว่า “ไม่ชอบด้วยกฎหมาย” ภายใต้กฎหมายฉบับนี้ จีนสามารถดำเนินมาตรการตอบโต้ต่อบริษัทหรือบุคคลได้หลากหลาย เช่น การจำกัดการค้าและการลงทุน รวมถึงการห้ามเข้าหรือออกประเทศ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของจีนในเรื่องนี้ เกิดขึ้นหลังการประกาศมาตรการคุ้มครองโรงกลั่นทั้ง 5 แห่ง และยังเกิดขึ้นไม่ถึง 2 สัปดาห์ ก่อนประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เตรียมเยือนกรุงปักกิ่งอย่างเป็นทางการ
ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่า บริษัทคู่ค้าที่ทำธุรกิจกับโรงกลั่นทั้ง 5 แห่งเผชิญกับภาวะ “กลืนไม่เข้าคายไม่ออก” เพราะหากปฏิบัติตามสหรัฐ จะผิดกฎหมายจีน แต่หากทำตามจีน ก็เสี่ยงเผชิญกับมาตรการลงโทษของสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม กฎหมายเปิดช่องให้บริษัทสามารถขอ “การยกเว้น” ได้ โดยเฉพาะบริษัทที่มีธุรกิจในต่างประเทศจำนวนมาก ซึ่งสามารถยื่นเหตุผลแสดงความจำเป็นต่อหน่วยงานกำกับดูแลของจีนได้.
เครดิตภาพ : REUTERS



