อิบราฮิมา โกนาเต กองหลังลิเวอร์พูล เปิดเผยถึงการประสบปัญหาภาวะซึมเศร้าซึ่งเป็นผลกระทบจากการความสูญเสียเพื่อนร่วมทีม ดิโอโก โชตา ที่เสียชีวิตอย่างน่าเศร้าในอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อเดือนก.ค.ปีที่แล้ว ก่อนเสียคุณพ่อ ฮามาดี ในเดือนม.ค.หลังจากป่วยมานาน

กองหลังทีมชาติฝรั่งเศส ที่กำลังจะย้ายไป รีล มาดริด แบบไม่มีค่าตัว หลังจากฟอร์มตกลงไปอย่างเห็นได้ชัดในฤดูกาลสุดท้ายที่แอนฟิลด์ กล่าวว่า “มีช่วงเวลาที่ตกต่ำ มีภาวะหดหู่ คุณสามารถทุกข์ทรมานจากภาวะซึมเศร้าได้ในฟุตบอลเช่นกัน ไม่จำเป็นต้องอายที่จะพูดแบบนั้น จริงอยู่ที่ผมมักได้ยินผู้เล่นพูดว่าพวกเขากำลังทุกข์ทรมานจากภาวะซึมเศร้า แต่แฟนๆ หรือคนภายนอกไม่เข้าใจเพราะพวกเขามีรายได้เยอะมาก แต่ไม่ นั่นเป็นเรื่องไร้สาระและคุณไม่ควรพูดแบบนั้น”

“ภาวะซึมเศร้าเป็นเรื่องส่วนตัว มันอยู่ลึกข้างในตัวคุณ เมื่อคุณซึมเศร้า มันเริ่มต้นจากในใจ ขึ้นไปถึงสมอง และครอบงำร่างกายคุณทั้งหมด สำหรับผม นั่นคือสิ่งที่ยาก และเราจำเป็นต้องพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้”

โกนาเต ยอมรับว่าการเสียชีวิตของโชตา ซึ่งเป็นหนึ่งในเพื่อนบ้านที่เมอร์ซีย์ไซด์ ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงว่า “มันทำลายผม ผมไม่มีความสนใจอะไรเลยในตอนนั้น คุณกลับไปเล่นฟุตบอลเพราะไม่มีทางเลือก เราเป็นพนักงานของสโมสรที่จ่ายเงินให้เราทุกเดือน ดังนั้นเราจึงมีหน้าที่เราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากกลับไปลงสนาม เล่นเพื่อเขาและครอบครัวของเขา รวมถึงตัวเราเองด้วย ไม่มีทางที่จะลืมมันได้ แต่คุณต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน”

เช่นเดียวกับตอนที่พ่อป่วยหนัก โกนาเต เผยว่า “ผมไม่รู้จะทำอย่างไร ไม่รู้ว่าผมควรกลับบ้านหรือหยุดเล่นหรือไม่ เพราะทีมก็ต้องการผมเช่นกัน ผมไม่รู้ว่าจะพูดเรื่องนี้กับใคร ดังนั้นผมจึงเก็บมันไว้กับตัวเอง คำแนะนำที่ผมอยากจะให้ทุกคนคือ เมื่อรู้สึกแย่หรือมีอะไรเกิดขึ้น คุณต้องพูดคุยกับคนรอบข้าง มันจะช่วยคุณได้และเป็นผลดีต่อคุณ ผมไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้และเก็บมันไว้กับตัวเอง จากนั้นแพทย์ก็บอกว่าพ่อจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน แต่เราไม่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นเร็วขนาดนี้”

โคนาเต้กลับมาจากการลาพักเพื่อดูแลครอบครัวก่อนกำหนดเพื่อช่วยลิเวอร์พูลแก้ไขวิกฤตอาการบาดเจ็บในช่วงปลายเดือนมกราคม แต่กองหลังรายนี้ยอมรับว่าทุกอย่างไม่เคยเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น

“เหตุการณ์โศกนาฏกรรมทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเร็วมาก และทันทีที่ผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะฟื้นตัว ก็มีเรื่องอื่นเกิดขึ้นอีก ผมได้รับการสนับสนุนจากแฟนๆ ซึ่งเป็นแฟนลิเวอร์พูลที่ยอดเยี่ยม เพื่อนร่วมทีม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งครอบครัวของผม แต่ผมก็ต้องเรียนรู้ที่จะลุกขึ้นยืนด้วยตัวเอง เพราะทีมต้องการผมมากกว่าที่เคย และผมรู้ว่าพ่อของผมคงอยากให้ผมกลับมา”