นายสิทธา มูลหงษ์ ผู้ตรวจราชการ และโฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า ในการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ครั้งที่ 15/2565 มส.ได้เห็นชอบตามที่กรมการศาสนา (ศน.) ได้มีหนังสือแจ้งถึงการจัดทำร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่….) พ.ศ. …. แก้ไขเพิ่มเติมความผิดเกี่ยวกับศาสนามาตรา 206 และเพิ่มวรรคสองของมาตรา 208 โดยได้นำความเห็นของกลุ่มนิติการ พศ. เข้าสู่การพิจารณาของ มส.ด้วย ซึ่งปรากฎข้อเท็จจริง ดังนี้ 1.ในมาตรา 3 ได้ยกเลิกความในมาตรา 206 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งแก้ไขโดยข้อ 6 แห่งคำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา 206 ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆ แก่วัตถุหรือสถานอันเป็นที่เคารพในทางศาสนาของหมู่ชนใด อันเป็นการล้อเลียน ดูหมิ่น ทำให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญ หรือกระทำการอันไม่สมควรอย่างยิ่งต่อวัตถุหรือสถานอันเป็นที่เคารพในทางศาสนา หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการล้อเลียน ดูหมิ่น ทำให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญ หรือเหยียดหยามศาสนานั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-7 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,‪000-140‬,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” ทั้งนี้ กลุ่มนิติการพิจารณาแล้วเห็นชอบในหลักการ ในการขยายขอบเขตการกระทำความผิดตามมาตรา 206 พร้อมทั้งเห็นว่า เป็นการแก้ไขเพื่อประโยชน์ในการปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา และศาสนาอื่นๆ รวมถึงปกป้อง คุ้มครองความรู้สึกของพระภิกษุ สามเณร นักพรต อิหม่าม หรือนักบวช ไม่ว่าในศาสนาใดและประชาชนผู้นับถือศาสนาทุกศาสนาโดยเท่าเทียมกัน ไม่ให้ผู้ใดกระทำการเหยียดหยามต่อศาสนา ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทุกศาสนา

นายสิทธา กล่าวต่อไปว่า 2.ในส่วนของมาตรา 4 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสองของมาตรา 208 แห่งประมวลกฎหมายอาญา “ถ้าการกระทำผิดตามวรรคก่อน เป็นการกระทำเพื่อให้ได้รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ต่อตนเองหรือผู้อื่น หรือกระทำการใดให้เกิดความเสื่อมเสียต่อศาสนา ผู้นั้นต้องระวงโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” โดยมาตรานี้เป็นการเพิ่มเติมโทษของมาตรา 208 เดิม ซึ่งกำหนดให้ “ผู้ใดแต่งกายหรือใช้เครื่องหมายที่แสดงว่าเป็นภิกษุ สามเณร นักพรตหรือนักบวชในศาสนาใดโดยมิชอบ เพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนเป็นบุคคลเช่นว่านั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” กลุ่มนิติการ พิจารณาแล้วเห็นชอบในหลักการในการเพิ่มโทษให้กับผู้ที่แต่งกายหรือใช้เครื่องหมายที่แสดงว่าเป็นภิกษุ สามณร นักพรต หรือนักบวชในศาสนาใดโดยมิชอบ แล้วไปกระทำความผิดอื่นๆ เมื่อมีการเพิ่มโทษให้สูงขึ้นย่อมเป็นการป้องปรามมิให้ผู้ที่คิดจะแต่งกายเลียนแบบภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช ไปใช้กระทำความผิดอื่น มีความเกรงกลัวต่อโทษที่จะต้องได้รับมากขึ้น และเป็นการปกป้องมิให้ศาสนาได้รับความเสื่อมเสียจากบุคคลภายนอก ผู้ซึ่งไม่หวังดีต่อศาสนา