วันนี้ (29 มิ.ย.) แหล่งข่าวจากบริษัทเทสลาให้ข้อมูลแก่ผู้สื่อข่าวว่า บริษัทเพิ่งปิดสำนักงานในเมืองซานมาเทโอ รัฐแคลิฟอร์เนีย และปลดพนักงานราว 200 คน ซึ่งเป็นคนจากแผนกที่ทำงานด้านระบบผู้ช่วยคนขับอัตโนมัติ โดยพนักงานส่วนใหญ่ที่โดนปลดจะเป็นพนักงานที่ว่าจ้างแบบรายชั่วโมง สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นมาตรการลดต้นทุนอย่างเร่งด่วน
ก่อนหน้านี้ อีลอน มัสก์ ประธานบริหารของเทสลาให้สัมภาษณ์ว่า เขากังวลเรื่องสภาพเศรษฐกิจอย่างมาก พร้อมทั้งบอกว่าบริษัทจำเป็นต้องตัดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานออกไปราว 10% ซึ่งต่อมา เขาก็อธิบายว่าค่าใช้จ่ายส่วนที่จะตัดออกไปนั้น จะเป็นการตัดออกจากส่วนของพนักงานกินเงินเดือน แต่จะยังคงว่าจ้างพนักงานรายชั่วโมงต่อไป
พนักงานที่โดนปลดออกรายหนึ่งให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า ก่อนหน้านี้ กลุ่มพนักงานจากสำนักงานแผนกระบบดาวเทียม ได้รับคำสั่งให้ย้ายไปอยู่กับสำนักงานในเมืองปาโล อัลโต รัฐแคลิฟอร์เนีย ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนนี้ หลังจากสัญญาเช่าของสำนักงานที่ซานมาเทโอ สิ้นสุดลง แต่กลายเป็นว่า พนักงานส่วนใหญ่โดนให้ออกจากงานเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งทำให้พนักงานจำนวนมากตกใจจนทำอะไรไม่ถูก
พนักงานของเทสลาที่สาขาซานมาเทโอจำนวนมาก ทำงานด้านการรวบรวม พิจารณาและแยกแยะข้อมูลที่ได้รับรถของเทสลาทั้งหมด เพื่อนำมาใช้ ‘สอน’ ระบบผู้ช่วยขับรถอัตโนมัติในการรับมือสถานการณ์ประเภทต่าง ๆ บนท้องถนน
นอกจากนี้ พนักงานบางคนเชื่อว่า เทสลา จะย้ายงานบางส่วนไปให้พนักงานในเมืองบัฟฟาโล รัฐนิวยอร์ก ที่มีค่าจ้างระดับต่ำเป็นคนรับผิดชอบ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย
ราช ราชกุมาร ศาสตราจารย์แผนกวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์จากมหาวิทยาลัยคาร์เนกี เมลลอน มองว่า เทสลา กำลังอยู่ในช่วงของการลดต้นทุนครั้งใหญ่ การลดจำนวนพนักงานบ่งชี้ว่าไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ทำให้สถานการณ์ของบริษัทตกอยู่ในภาวะยากลำบาก พิจารณาจากการปิดโรงงานของบริษัทที่เซี่ยงไฮ้ รวมถึงปัญหาเรื่องซัพพลายเออร์และวัตถุดิบในการผลิต นอกจากนี้ มาตรการล็อกดาวน์เพื่อต้านการระบาดของโควิด-19 ในเซี่ยงไฮ้ ยังทำให้กระบวนการผลิดของเทสลาในจีนดำเนินไปไม่ได้เต็มที่
นอกจากนี้ มัสก์ ยังเคยกล่าวว่า โรงงานผลิตแห่งใหม่ของเทสลาในเทกซัสและเบอร์ลินนั้น เป็น ‘เตาเผาเงินขนาดมหึมา’ เพราะต้องลงทุนไปเป็นจำนวนหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ
เครดิตภาพ : Reuters



